การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง “ทรัมป์-คิม”


  การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์รัฐบาลเปียงยาง ท่ามกลางการจับตามองของสื่อทั่วโลก ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการจับมือทักทายกัน และกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ก่อนเข้าห้องเจรจาที่รีสอร์ทบนเกาะเซ็นโตซา โดยที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางมาถึงก่อน จากนั้นนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือจึงเดินทางตามมา ทั้งคู่เริ่มการประชุมเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ตามเวลาท้องถิ่น และหารือกันโดยไม่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นนอกจากล่ามของทั้งสองประเทศ เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง คณะทำงานของสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะได้พูดคุยกันในช่วงการรับประทานอาหารกลางวันหลังจากนี้ สำหรับหัวข้อการเจรจา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นายไมค์ พอมเพโอ ระบุก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ จะไม่ทำข้อตกลงใดๆ ที่ใช้ไม่ได้ในการเจรจาครั้งนี้ และสิ่งเดียวที่สหรัฐฯ จะยอมรับคือการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนืออย่างสมบูรณ์และตรวจสอบได้ เขากล่าวว่า มาตรการลงโทษเกาหลีเหนือจะมีอยู่ต่อไปจนกล่าวรัฐบาลเปียงยางจะล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธทั้งหมด ผู้สื่อข่าววีโอเอเคยถามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่นานก่อนเริ่มการประชุมสุดยอดว่า จะนำเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเกาหลีเหนือขึ้นมาหารือหรือไม่ ผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่า "จะนำทุกเรื่องมาพูด" ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งทวีตตอนเช้าก่อนเดินทางมาพบกับนายคิม ว่า "การพบกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยดีและเดินหน้ารวดเร็ว .... แต่ในที่สุดนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อีกไม่นานคงจะรู้ว่าจะตกลงกับเกาหลีเหนือได้หรือไม่" สำนักข่าว Associated Press รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดเดินทางออกจากสิงคโปร์อย่างรวดเร็วหลังจากการประชุมสุดยอด ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เขายังมีความตั้งใจที่จะให้เกิดความตกลงด้วยเป้าหมายที่สูง หรือลดทอนสิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นจากการหารือกับนายคิม จอง อึน ในครั้งนี้ เจ้าหน้าทำเนียบขาวกล่าวว่า การเตรียมเดินทางออกจากสิงคโปร์อย่างรวดเร็วมีเหตุผลมาจากที่การเจรจาที่ผ่านมาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดหมาย