พระเครื่องศักย์สิทธิ์-องค์ลายคราม ๒ กริ่ง-กรุทะลุพิภพ (๓) โดย ธรรเมศวร ปรกสรวงศวรรย์


องค์ลายคราม ๒

กริ่ง-กรุทะลุพิภพ (๓)

 

ณ บัดนี้เรามีกริ่งนอกเหลือขานบอกอยู่สองชื่อคือกริ่งตั๊กแตนและกริ่งพระปทุมสุริยวงศ์...คงจะต้องพูดถึงสิ่งซึ่งเข้าใจผิดพลาดไม่ก้อคลาดเคลื่อนในกริ่งตั๊กแตนที่ใครหลายคนมักคิดว่ากริ่งตั๊กแตนนั้นเป็นองค์เดียวกันกับกริ่งปทุมแล้วเลยเรียกเป็นกริ่งเขมรผนวกรวม

ผมขอสวมอาสากล่าวว่า กริ่งตั๊กแตนควรเรียกว่ากริ่งขอมด้วยหลอมสร้างในยุคเขมรยึดถือศาสนาพราหมณ์ลัทธิพระอิศวรกับพระนารายณ์สลับกันเป็นใหญ่ในยุคของวงศ์ชัยวรมันกษัตริย์สำคัญคือชัยวรมันที่ ๑, ๒, และ ๗ แต่เหตุเดิมนั้นเมื่อชัยวรมันที่ ๑ ครองราชย์ได้ประกาศเป็นพุทธมามะกะนิกายมหายาน (แต่ก็รวมหินยานไว้) เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของขอม-เขมร-ไทย-ลาว ฯลฯ (ยุคต้นนั้นล้วนพันลึกและน่าศึกษาผู้เขียนจะพยายามแทรกใส่เมื่อได้จังหวะเพราะยังมีพระเครื่องเกี่ยวพันกันมากมายหลายช่วงไม่ว่าพระร่วงหลังรางปืน, หูยาน, นาคปรก, กรุทราวดี-ศรีวิชัย, กรุนาดูนและอื่นๆ ตามข้อมูลความเป็นจริงจึงขอเข้ากริ่งตั๊กแตนเลยครับ...

๑. กริ่งตั๊กแตน...

ความจริงต้องเรียกว่ากริ่งหน้าตั๊กแตน ผมขอแค่นฝืนเรียกว่ากริ่งขอมคนแรกเลย ด้วยงอกเงยมาจากรากศาสนาพราหมณ์ที่มี ๓ พระเจ้าทรงเป็นใหญ่ได้แก่พระอิศวร-นารายณ์และพระพรหม (กำเนิดคำว่าโอมไว้สวดตามเค้าศัพท์ตำรับทอนจากตอนพระนารายณ์อวตารปราบมารอสูรนามตรีบุรำโดยคำสั่งของพระอิศวร (ปางนี้เรียกว่าสมณอวตาร) โบราณว่ากริ่งหน้าตั๊กแตนนี้มีการหล่อด้วยสัมฤทธิ์ทองมองเผินจะแลเห็นเป็นลักษณ์พระเนตรโปน พระนาลิก (จมูก) ใหญ่ ปากกว้างดังหน้าตั๊กแตนดังว่า กริ่งปางสมณาอวตารมักจารึกคำว่าโอมไว้ใต้ฐานเพื่อจะผนึกลูกกริ่งใช้กรรมวิธีไสยศาสตร์แบบมหายานบวกด้านพราหมณ์ตามยุคสมัยนั้นถือกันว่าเป็นกฤตยาคมแฝดแวดล้อมด้วยพุทธคุณและเทวคุณสมบูรณ์สุดยอดมหาทั้งหายากทั้งเก่าแก่และนานัปการแห่งตำนานประจักษ์

ยังมีกริ่งตั๊กแตนรุ่นตามมาจากสมณาวารตารกาลเวลาสร้างไล่เลี่ยกันอยู่ ทว่าดูสวยงามขึ้นมากจากฝีมือช่างใต้ฐานยังสลักสัญลักษณ์ของคำว่าโอมชัดแจ้งแฝงเร้นการผสมผสานพุทธมหายานด้วยสวยงามกว่าปางสมณาวตารหลายส่วน...ผมจะประมวลทั้งกริ่งตั๊กแตนปางสมณาวารตารกับกริ่งตั๊กแตนรุ่นไล่หลังให้ชมความอลังการ์อลงกตเป็นแบบบทสำหรับศึกษาเพราะว่ากริ่งตั๊กแตนหรือกริ่งขอมนี้จะไม่มีที่อื่นๆ หรือในที่ไหนอีกแน่นอน...ตอนหน้าจะว่ากับกริ่งนอกที่ค้างคือกริ่งพระปทุมสุริยวงศ์ซึ่งก็คงจะต้องบอกว่าหายากเย็นแสนเข๊ญยิ่งกว่าใดในปฐพีเพราะมีอยู่องค์เดียวจริงๆ กับกริ่งตามตำนานเล่าขานของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ...

เชิญรับทราบและรับรู้จากผมผู้เขียนเทอญ.

ขอบพระคุณครับ

อรรธาธิบาย

เรามาทำความเข้าใจกับภาพและเรื่องของกริ่งตั๊กแตนสองรูปดังนี้...

๑. กริ่งตั๊กแตนรุ่นแรกจะเห็นความเป็นพราหมณ์แทรกอยู่มากเค้าโครงมาจากพระนารายณ์โดยตรงหัตถิซ้ายทรงถือหอยสังข์ดังแสดงสัญลักษณ์เค้าพระพักตร์ก็ดังจะต่อยอดทอดเป็นแบบศิลปะบายนสวมกษัตริยาภรณ์ชัดแจ้งซึ่งที่สำคัญใต้ฐานนั้นมีไสยศาสตร์อักษรคฤนต์(ต้นแบบขอมเป็นคำว่า "โอม" สะดุดตายิ่ง

๒. กริ่งตั๊กแตนรุ่นต่อมาต้องบอกว่ารุ่นนี้เป็นที่นิยมของเซียนพระไทย (ด้วยไม่เคยเห็นรุ่นแรกนั่นเอง แต่นักเลงพระเฉกผมชื่นชมองค์นี้ที่มีบัวฟองมันสัญญลักษณ์ของกริ่งตั๊กแตนอีกอย่างวางใต้พระเพลา (ตัก) ถึงสามบัว (ปรกติจะมีแค่บัวเดียว...ใต้ฐานก็ยังเก็บเกี่ยวอักษรคฤณต์อีกแบบไว้ด้วยพระเกศสวยเป็นบัวตุ่ม (บัวเม็ด) รอบเกศแล้วขยายแนวมาประคองหม้อน้ำมนต์กลนิกายพุทธมหายานตระการตา...ขอบอกว่ากริ่งทั้งสองเป็นทองคำเช่นเคยครับ...

คราวหน้าจะจับกริ่งพระปทุมสุริยวงศ์องค์ที่มีในตำนานกรมพระยาดำรงทรงเล่าขานไว้ตามตำนานโบราณอันเป็นสุดยอดของกริ่งนอกองค์และคงจะจบภาพกริ่งนอกไปเลย...เช่นเคยและเช่นเดิมอีกครั้ง.

จากใจจริง

๑. กริ่งตั๊กแตนรุ่นแรกสังเกตเคัาพระนารายณ์และคำโอมใต้ฐานซึ่งคล้ายเลขหนึ่งไทย

๒. กริ่งตั๊กแตนองค์ ๒ ดูบัวฟองมันตรงหน้าตักและใต้ฐานและบัวตุ่มที่พระเกศ.