สศอ. เร่งพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เป็นเครื่องมือช่วยหาพื้นที่


เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรม สนับสนุน 5 อุตสาหกรรมนำร่อง ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม จัดแถลงข่าวและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) สำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนทั่วไป ใช้เป็นเครื่องมือค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจเชิงพื้นที่ หวังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ 5 อุตสาหกรรมนำร่อง

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการแถลงข่าวและเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System – GIS) ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กับสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายพสุ โลหารชุน กล่าวว่า การสร้างเครื่องมือการพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในครั้งนี้ เป็นไปตามที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ ทั้ง 5 สาขา (New S-curve) ให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อสร้างรายได้ให้ประชากรอีกประมาณ 30% ให้ได้ในอนาคต จึงจำเป็นต้องสร้างเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ 5 อุตสาหกรรมนำร่อง โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมตามศักยภาพ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงสนับสนุนให้มีกลไกและเครื่องมือที่ทันสมัยมาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หนึ่งในนั้นก็คือการใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) มาใช้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยในการจัดทำนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมและเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีข้อมูลเพื่อใช้เป็นฐานในการทำงาน

การพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้งาน เป็นการสนองตอบต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งนี้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บ จัดการ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลทั้งในรูปแบบของแผนที่และฐานข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ด้านนายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การจัดทำโครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ สืบเนื่องจากนโยบาย Thailand 4.0 รัฐบาลมุ่งเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนภายในประเทศไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคการผลิตและมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย สศอ. ตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายนี้และเห็นว่าการแข่งขันได้ในเวทีโลก ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 และจะสิ้นสุดการปฏิบัติงานในวันที่ 7 สิงหาคม 2561 ซึ่งได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนำร่องเข้าร่วมสัมมนา รวมทั้งทีมที่ปรึกษาโครงการได้มีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้อำนวยการสถาบันต่างและผู้ประกอบการ เกี่ยวกับปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งของอุตสาหกรรมนำร่องทั้ง 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, 2. อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร, 3. หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม, 4. อุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์สมัยใหม่ และ 5. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

“ระบบ GIS ที่จัดทำขึ้น นอกจากจะให้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแล้ว จะมีการนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ในรูปของแอปพลิเคชั่น (Application) อีกด้วย เพื่อให้บุคลากรของกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ/นักลงทุน ประชาชนผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าถึงและสามารถสืบค้นข้อมูลของอุตสาหกรรมในเชิงพื้นที่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ ศักยภาพของพื้นที่ในการลงทุน การขนส่ง ความหนาแน่นของโรงงานอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค ความเหมาะสมในการลงทุน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ สนับสนุนประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน” นายศิริรุจ กล่าว

ทั้งนี้ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นการนำเสนอผลของการศึกษาเพื่อกำหนดเกณฑ์ ปัจจัย ในการวิเคราะห์ศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยการศึกษา 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนำร่อง 5 อุตสาหกรรม เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดเกณฑ์ ปัจจัยและวิธีการวิเคราะห์ศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ (Potential Area) ในการพัฒนาอุตสาหกรรม

สำหรับอุตสาหกรรมนำร่อง ส่วนที่ 2 เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ เพื่อสร้างแบบจำลองที่ใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยลักษณะทางกายภาพ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านสังคม ปัจจัยด้านโครงข่ายการขนส่งและสาธารณูปโภค ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านการบริหารจัดการ ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ที่ค้นพบในระหว่างกระบวนการศึกษา

ซึ่งผลการศึกษาทั้ง 2 ส่วนจะนำไปสู่การพัฒนาแบบจำลองการวิเคราะห์ศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็นระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

“ผลที่ได้รับจากโครงการในระยะแรก ประกอบด้วย รายงานการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการกระจายตัวของอุตสาหกรรมย้อนหลัง 5 และ 10 ปี รายงานผลการวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในภาพรวม และรายงานผลการวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่สำหรับ 5 อุตสาหกรรมนำร่อง” นายศิริรุจ กล่าวสรุป