The Legends of Automobile : ตอนที่ 129-กำเนิดแบตเตอรี่ครั้งแรกของโลกเมื่อ 200 กว่าปีก่อน


By : C. Methas - Executive Editor

แบตเตอรี่เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับรถยนต์ซึ่งต้องเป็นแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ต่อไปได้โดยได้มีคิดค้นประดิษฐ์แบตเตอรี่มาเป็นระยะเวลานานถึง 200 ปีกว่า ก่อนจะมาพัฒนาสำหรับใช้กับรถยนต์ในปัจจุบัน

จนกระทั่งปัจจุบันแบตเตอรี่ยังมีความสำคัญอย่างมากสำหรับรถยนต์ยุคใหม่ประเภทรถยนต์พลังงานไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ยังคงมีการพัฒนาแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีน้ำหนักเบา, ขนาดเล็กและสามารถจัดเก็บไฟฟ้าไว้ได้มากที่จะส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลมากขึ้นต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาให้สามารถชาร์จไฟฟ้าด้วยระยะเวลาที่รวดเร็วขึ้น

ความเป็นมาของกำเนิดแบตเตอรี่ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นแบตเตอรี่ในปัจจุบัน ขุนนางแห่งอิตาลี Alessandro Giuseppe Antonio Anastasio Volta เป็นผู้คิดค้นแบตเตอรี่ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อปี ค.ศ. 1800 เรียกว่า Voltaic pile ซึ่งเป็นแบตเตอรี่เคมี

Volta เกิดที่เมืองโคโม ประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1745 จากครอบครัวที่เคร่งศาสนา บิดาเป็นนักบวช ส่วนมารดามาจากตระกูลที่มีฐานันดรสูง เขามีพี่น้องทั้งหมด 9 คน ผู้ชาย 5 คนและผู้หญิง 4 คนซึ่งน้องชายทั้งหมด 4 คนของเขาบวชเป็นพระ ส่วนน้องสาวอีก 2 คนบวชเป็นชี

แม้ว่าบิดาของเขาพยายามผลักดันให้เขาบวช แต่เขาเห็นว่าครอบครัวเขามีนักบวชมากพอแล้ว จึงคิดเรียนทางโลกโดยเลือกเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์และอ่านบทกวีนิพนธ์ที่โรงเรียน

เขาได้ลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากเห็นว่าการเรียนการสอนที่โรงเรียนเป็นสิ่งที่น่าเบื่อจึงออกมาศึกษาวิทยาการต่าง ๆ ด้วยตนเองและในที่สุดเขาไปเป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์ที่โรงเรียนมัธยมในเมืองโคโมแถบบ้านเกิดของเขาหลังจากได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเพียงพอ

ในช่วงที่เป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์เขาได้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ปัจจุบันเรียกว่าแบตเตอรี่ ขณะที่มีอายุเพียง 29 ปี โดยทำจากแผ่นสังกะสีและแผ่นเงินแช่ในน้ำเกลือและได้พบว่าแผ่นโลหะต่างชนิดที่แช่ในสารเคมีนั้น เมื่อเชื่อมต่อแผ่นโลหะทั้งสองด้วยเส้นลวดจะเกิดกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นลวด

สิ่งประดิษฐ์ที่ต่อมาเรียกว่าแบตเตอรี่นี้ทำให้เขาได้รับตำแหน่งศาตราจารย์ของ Royal School แห่งเมืองโคโม

หลังจากนั้นได้มีการทดลองนำแผ่นโลหะต่างชนิดกันมาเรียงสลับกันเป็นชั้นโดยมีผ้าหรือกระดาษหนาชุบน้ำเกลือหรือน้ำกรดคั่นระหว่างกลางของโลหะเช่น สังกะสีและทองแดงจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ต่อเนื่องซึ่งไฟฟ้าเกิดมาจากปฏิกิริยาเคมีของโลหะกับกรด

การทดลองครั้งนั้นได้ทำการทดลองเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ปี ค.ศ. 1800 หลังจากนั้นเขาได้ทำเป็นรายงานวิจัยส่งไปยัง Sir Joseph Banks แห่ง Royal Society กรุงลอนดอน

ต่อมารายงานชิ้นนี้ถูกนำไปตีพิมพ์ในวารสาร Philosophical Tranactions of the Royal Seciety ในปีเดียวกันโดยมีรายงานว่าการเพิ่มจำนวนชั้นโลหะจะส่งผลให้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผลงานชิ้นนี้ของ Volta ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในยุคสมัยนั้นซึ่งวิทยาการด้านไฟฟ้ายังมีน้อยมาก จนกระทั่งจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ตได้พระราชทานเหรียญทองคำพร้อมกับเงินบำนาญและตำแหน่ง Count of Lombardy ให้กับเขา

นอกจากนี้ยังให้เขานำแบตเตอรี่ไปตั้งแสดงในกรุงปารีสด้วย หลังจากนั้นเขาได้รับเข้าเป็นสมาชิกของ Institute de France ที่มีชื่อเสียงอันเป็นเกียรติคุณแก่เขา

ภายหลังการพ่ายแพ้สงครามของนโปเลียน โบนาปาร์ต เขาได้เดินทางอพยพไปยังประเทศออสเตรีย ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Padua Volta โดยจักรพรรดิแห่งออสเตรียและได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ปีค.ศ. 1827 ด้วยวัย 71 ปี

จากพื้นฐานของแบตเตอรี่ที่ Volta ได้ประดิษฐ์ขึ้นได้กลายเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาแบตเตอรี่ในเวลาต่อมาและกลายเป็นพื้นฐานของการค้นพบว่าน้ำมีส่วนผสมระหว่างอ๊อกซิเจนกับไฮโดรเจนโดยใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของ Volta เป็นอุปกรณ์ในการแยกน้ำและได้มีการนำแบตเตอรี่ของเขาไปแยกสารละลายต่าง ๆ จนพบโลหะโปแตสเซี่ยมและโซเดี่ยมซึ่ง Volta ได้กลายเป็นบิดาวิทยาการด้านเคมีไฟฟ้า

ส่วนแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จเก็บไฟฟ้าไว้ได้ที่เรียกว่า “เซลล์ตะกั่วกรด” ประดิษฐ์สร้างขึ้นโดย Gaston Plante นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสซึ่งได้พัฒนาจนสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์