กองทัพบกไทยส่งทหารซ้อมรบบนแผ่นดินสหรัฐฯครั้งแรกในประวัติศาสตร์


กองทัพบกไทยส่งกำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบบนแผ่นดินสหรัฐฯเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เน้นพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือที่ใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างกำลังพล 2 ประเทศ

พ.ท.อัครพัฒน์ เทพณรงค์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 (ผบ.ร.29 พัน.1) ให้สัมภาษณ์กับ 'วีโอเอ ไทย' ในระหว่างที่เป็นตัวแทนกองทัพบกไทย นำกำลังทหารจำนวน 1 กองร้อย เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบ กับกองทัพสหรัฐฯ ภายใต้ รหัสปฏิบัติการ 'Lightning Forge Exercise 2019' ฝึกโดยกองพลทหารราบที่ 25 กองกำลังทหารบก ภาคพื้นแปซิฟิค ของกองทัพสหรัฐฯ บนเกาะฮาวาย

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 'กองพลเสือดำ' บุกอเมริกา

ทหาร 'กองพลเสือดำ'กว่า 130 นาย จาก กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี ชุดนี้ถือเป็นตัวแทนกำลังทหารไทยชุดแรกในประวัติศาสตร์ที่ยกกำลังพลมาฝึกร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารสหรัฐฯ บนแผ่นดินสหรัฐฯ ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกลชิดของกองทัพทั้งสองประเทศ

"จริงๆแล้วครั้งนี้เป็นครั้งแรกในทวีปอเมริกา ที่กองทัพบกไทยส่งกำลังระดับกองร้อยทหารราบมาฝึก ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เราส่งมาด้วยทุนความช่วยเหลือทางทหาร มาฝึกเป็นรายบุคคล ที่เราส่งอย่างต่อเนื่องในลักษณะของ International Military Education and Trainning หรือ IMET ซึ่งเรามีนักเรียนไทยที่มาฝึกในสหรัฐฯร่วมๆ 25,000 คนจนถึงปัจจุบัน แต่ว่าการฝึกที่เป็นหน่วยในระดับกองร้อยยังไม่เคยมี ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก"

ผบ.ร.29 พัน.1 ของกองทัพบกไทย บอกว่า โครงการความร่วมมือนี้ เกิดจาก นโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่พยายามส่งนายทหารไทยมาเรียนรู้หลักนิยมและพัฒนากองทัพ โดยเมื่อครั้ง ผบ.ทบ. และมีโอกาสมาเยือนและประชุมกับกองกำลังทหารบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิคที่ฮาวาย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการขอยกระดับจากเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะส่งแค่ผู้สังเกตการณ์ เป็นส่งกำลังมารับการฝึกแทน"

ยกระดับความร่วมมือกองทัพและขีดความสามารถของกำลังพล

พ.ท.อัครพัฒน์ เชื่อว่าการฝึกร่วมของกำลังพลจากกองทัพทั้งสองประเทศที่กำลังดำเนินอยู่ในระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน ในครั้งนี้ (พ.ศ.2561)ถือเป็นการยกระดับการฝึกร่วมในหลายด้านที่ไม่เคยมีมาก่อน

"ผมมองว่าน่าจะเป็นสัญญานที่ดี น่าจะเป็นการโปรโมต ปฏิบัติการรักษาความมั่นคง (security coperation) ที่เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับกองทัพและยกระดับขีดความสามารถของกำลังพล โดยเฉพาะกำลังพลของไทย ..

..ผมมองการฝึกครั้งนี้จะช่วยให้เราเพิ่มในเรื่องของ การบูรณาการระหว่างหลายประเทศ (Multinational Integration) และ การทำงานร่วมกันในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล (Interoperability) ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญของกองทัพบกไทยในการส่งกำลังมาฝึกหรือออกมาปฏิบัติหน้าที่นอกประเทศ

ส่วนในเรื่องของประโยชน์ที่จะได้รับของไทย ก็มีพอสมควรทั้งในเรื่องของการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆของทางสหรัฐฯ การเรียนรู้หลักนิยมทางการทหารที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างต่อเนื่องของทางสหรัฐฯ เนื่องจากกองทัพบกไทยยังใช้หลักนิยมของสหรัฐฯตั้งแต่หลังสงครามเวียดนาม เราก็มีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่ทางสหรัฐฯเขามีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเนื่องจากเขามีประสบการณ์จริงจากสมรภูมิต่างๆทั่วโลก ส่วนเรื่องอื่นๆก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเช่น สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ในการฝึก ระบบการจัดการฝึก ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพบกไทย.."

มิตรภาพแน่นแฟ้นของพันธมิตรที่ยาวนาน

มิติใหม่ของการส่งกำลังพลของไทยออกมาฝีกซ้อมร่วมกับกองกำลังทหารสหรัฐฯ ถือเป็นแนวทางสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาที่สำคัญในความร่วมมือของกองทัพทั้งสองประเทศ

"ส่วนใหญ่สหรัฐฯจะเปลี่ยน สภาพแวดล้อมของปฏิบัติการ (Operational Environment ) ด้วยการพยายามไปฝึกในประเทศพันธมิตรทั่วโลก เพื่อฝึกเรื่องการปฏิบัติการของกำลังพล เรื่องการจัดส่งกำลังพลออกนอกประเทศ ซึ่งจะมีขั้นตอนทางการทหารในการวางแผนการเนินการค่อนข้างเยอะ แต่หากถามว่า ประเ ทศไทยมีการฝึกของกองทัพสหรัฐฯเยอะไหม ก็ต้องบอกว่าเยอะมาก แต่ละปีมีมากว่า 50 รหัสการฝึก แต่ขนาดของหน่วยจะลดหลั่นกันไป เรายังมีทุกปี..

ผมมองว่าเป็นการเน้นความร่วมมือ ทั้งในเรื่องของ 1)ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2) กองทัพกับกองทัพ3) ความร่วมมือด้านการทหาร และ 4) ภารกิจในอนาคตเราไม่ทราบว่าในอนาคตเราจะมีภารกิจนอกประเทศร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ หรือมิตรประเทศอื่นๆหรือไม่ แต่การมาฝึกครั้งนี้ก็เป็นการฝึกอย่างหนึ่งที่เราได้สร้างกระบวนการรับรู้และความสัมพันธ์ รวมทั้งบางอย่างที่เราไม่มีความพร้อมมากนัก เราก็จะนำไปแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้พร้อมเพื่อรับภารกิจในอนาคต"

ว่าด้วยหลักนิยมทางทหาร มรดกสหรัฐฯ จากสงครามเวียดนาม

พ.ท.อัครพัฒน์ อธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับหลักนิยทางทหาร ว่า "..หลักนิยมของกองทัพบกไทย นั้นเรารับมาจากกองทัพสหรัฐฯ ที่เรียกว่า 'AirLand Battle' หรือ หลักนิยมการรบอากาศพื้นดิน หลังจากสงครามเวียดนาม ปี ค.ศ.1975 เราก็ยังใช้หลักนิยมนั้นอยู่ แต่ปัจจุบันสหรัฐฯ เปลี่ยนหลักนิยมไปใช้แบบ 'Full Spectrum Operations' หลังสงครามอิรักในปี ค.ศ.1991 และปัจจุบันกองทัพสหรัฐฯก็เปลี่ยนอีกครั้ง ที่เรียกว่า 'Unified Land Operations' ที่เปลี่้ยนไปเมื่อปี ค.ศ.2013 แต่การฝีกครั้งนี้

ผบ.ร.29 พัน.1 บอกว่า แม้จะมีความแตกต่างในเรื่องหลักนิยม แต่คอนเซปท์กว้างๆ นั้นยังคงใกล้เคียงกัน แต่ว่ากรอบวิธีการมอง รวมทั้งแนวทางปฏิบัติมีความแตกต่างพอสมควร ซึ่งเรามีการเตรียมการให้กำลังพลที่จะมาฝึกครั้งนี้บ้างในบางเรื่อง

ขณะที่แนวหลักนิยมของกองทัพไทยที่ผ่านมา ก็มีการปรับเปลี่ยนหลักนิยมให้สอดคล้องกับบริบทความมั่นคงของโลกปัจจุบัน แต่ยังไม่ถึงขนาดนำของเขาไปใช้เลย เพราะการเปลี่ยนหลักนิยมนั้นหมายถึงการเปลี่ยนแพลทฟอร์มของกองทัพ ซึ่งเป็นเรื่องต้องใช้เวลาพอสมควร.."

นอกจากการฝีกในครั้งนี้แล้ว กองทัพบกไทยยังเตรียมส่งกำลังพล มาฝึกซ้อมร่วมกับกองทัพสหรัฐฯอีกครั้งที่ศูนย์ฝึกทหารกองทัพสหรัฐฯ ค่ายฟอร์ทโพล์ก (Fort Polk) ในรัฐหลุยส์เซียน่า ในเดือนกันยายน พุทธศักราช 2562 นี้ โดยจะถือเป็นการพัฒนาอีกก้าวหนึ่งของการส่งกำลังพลมาฝึกยังแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐเป็นครั้งแรกของกองทัพไทยอีกด้วย

Recent posts

error: Content is protected !!