ความสำเร็จของการบริหารงาน HONDA MOTOR-ตอนที่ 2 อดีตที่น่าภาคภูมิใจ


The Man, The Management, The Machines.

เทตซึโอะ ซากิยะ เขียน

ธนิต ธรรมสุคติ แปล จากต้นฉบับ Updated paperback Edition 1987

สงวนลิขสิทธิ์

โซอิจิโร ฮอนด้า

ปูชนียบุคคลที่โลกยานยนต์ต้องจารึก

อัจฉริยบุคคลผู้ก่อตั้ง...และวางรากฐานความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับ "บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด" เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเกียรติยศอันสูงส่ง ให้เป็นสมาชิกทำเนียบ "ปูชนียบุคคลยานยนต์โลก" (AUTOMOTIVE HALL OF FAME) อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ตุลาคม 2532

การบูรณะประเทศยุคจักรพรรดิเมอิจิใน ค.ศ. 1868 ทำให้ระบบการปกครองแบบระบบขุนนาง ที่มีมาแต่สมัยการปกครองของตระกูลโชกุนโทกุงาวะนั้น สิ้นสุดลง และเป็นการเริ่มต้นของประเทศญี่ปุ่นในฐานะประเทศสมัยใหม่ที่เป็นปึกแผ่นเดียวกัน โดยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญของจักรภพญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1889 ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นประเทศแรกในเอเซียที่มีกษัตริย์เป็นประมุขของประเทศโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุด ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของประเทศปรัสเซีย การปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยของญี่ปุ่นจึงเป็นการดำเนินการโดยรัฐ ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้งระบอบการเมืองเพื่อความรุ่งเรืองของทุนนิยม

ยุคการบูรณะประเทศสมัยเมอิจินี้หมายถึงการเปลี่ยนจากระบบขุนนางที่่อยู่ใต้อำนาจการปกครองของโชกุนไปเป็นการปกครองอย่างมีสิทธิขาดเต็มที่ของรัฐโดยการนำของจักรพรรดิ ดังนั้นหลายคนในญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าการบูรณะประเทศยุคเมอิจิไม่ใช่การปฏิวัติแบบเดียวกับการปฏิวัติของฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1789 การตีความอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ศาสตราจารย์ทาเกโอะ คุวะบาระแห่งมหาวิทยาลัยเกียวโตกล่าวว่าการปฏิวัติของญี่ปุ่นเป็นการปฏิวัติทางวัฒนธรรม จักรพรรดิเมอิจิทรงริเริ่มแนะนำอารยธรรมตะวันตกด้วยพระองค์เอง ทั้งยังมีพระบรมราชโองการสนับสนุนการกินเนื้อสัตว์ (ซึ่งญี่ปุ่นไม่ยอมกินมาก่อนด้วยเหตุผลทางศาสนา) และให้แต่งกายและไว้ผมตามแบบตะวันตก ในการทำเช่นนี้เท่ากับว่าพระองค์ทรงพยายามกำจัดขนบธรรมเนียมและประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ช่วงเริ่มต้นคริสต์ศตวรรษนี้ ญี่ปุ่นจึงอยู่ท่ามกลางการปฏิวัติยิ่งใหญ่ทางอุตสาหากรรม กองกำลังต่าง ๆ ของประเทศมหาอำนาจทางตะวันตกเข้าไปอยู่ในประเทศจีนแล้ว ซึ่งจีนอยู่ใกล้กับญี่ปุ่นมากที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ญี่ปุ่นเองยังคงเป็นประเทศเอกราชอยู่ ดังนั้นจึงสามารถทุ่มเทตัวเองให้กับการพัฒนาภายในประเทศแทนที่จะต้องดึงเอากำลังคนและทรัพยากรไปในการขับไล่ "พวกปีศาจต่างชาติ" ดังที่เกิดขึ้นในหลายประเทศในเอเซีย หลังจากชัยชนะของญี่ปุ่นในสงครามกับจีนระหว่างปี 1894-95 ไม่นานงานก่อสร้างโรงถลุงเหล็กยาฮะตะของรัฐบาลก็เริ่มต้น โดยการควบคุมการก่อสร้างของวิศวกรชาวเยอรมันชื่อ กูสตาฟ ทอพเพ (ซึ่งได้ค่าจ้างเป็นเงินเดือนมากกว่าเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีสองเท่า โรงถลุงเหล็กนี้ก็เสร็จเรียบร้อยในเดือนมกราคม 1901 ในฐานะที่เป็นโรงถลุงเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย โรงงานนี้ผลิตเหล็กได้ปีละ 90,000 ตัน และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการก้าวออกมาเป็นประเทศอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

โรงงานทอผ้าหลายแห่งได้รับการสร้างขึ้นและชาวบ้านก็เริ่มสวมใส่เสื้อผ้าที่ใช้ผ้าทอจากโรงงานเหล่านี้ ระบบรถไฟซึ่งสายแรกระหว่างโตเกียว และโยโกฮาม่านั้นเปิดเดินรถในปี 1892 บัดนี้มีครอบคลุมไปเกือบทั่วประเทศ ชาวชนบทที่เดินทางจากหมู่บ้านห่างไกลไปยังเมืองหลวงไม่ค่อยจะซ่อนเร้นความอัศจรรย์ใจในเมือง "แบบตะวันตก" ที่ทันสมัยนี้

ย่านกินซ่าในใจกลางกรุงโตเกียวนั้นอาคารก่ออิฐใหม่ ๆ ไฟฟ้าและแฟชั่นล่าสุดจากยุโรปบอกถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ร้านค้าเก่า ๆ กลายเป็นร้านสรรพสินค้าทันสมัย แลและมีการฉายภาพยนต์เป็นครั้งแรกในปี 1897 โดยการใช้เครื่องที่ประดิษฐ์โดย โธมัส อัลวา เอดิสันและเป็นที่รู้จักกันในนามว่า "เครื่องไวตาสโคป" ภาพยนต์นี้เป็นการบันทึกภาพทิวทัศน์ของน้ำตกไนแองการา เมืองนิวยอร์ค และการเผาโจน อ๊อฟ อาร์ค วีรสตรีฝรั่งเศส คนดูชาวญี่ปุ่นประทับใจมาก และในปี 1899 โรงเบียร์แห่งแรกของญี่ปุ่นก็เปิดกิจการในชิมบาชิ ชาวกรุงโตเกียวสามารถเสพสุขของอารยธรรมตะวันตกได้ระหว่างนั่งจิบเบียร์ยี่่ห้อนิปปอน

Recent posts

error: Content is protected !!