ความสำเร็จของการบริหารงาน HONDA MOTOR-ตอนที่ 3.1 อดีตที่น่าภาคภูมิใจ


The Man, The Management, The Machines.

เทตซึโอะ ซากิยะ เขียน

ธนิต ธรรมสุคติ แปล จากต้นฉบับ Updated paperback Edition 1987

สงวนลิขสิทธิ์

โซอิจิโร ฮอนด้า

ปูชนียบุคคลที่โลกยานยนต์ต้องจารึก

อัจฉริยบุคคลผู้ก่อตั้ง...และวางรากฐานความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับ "บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด" เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเกียรติยศอันสูงส่ง ให้เป็นสมาชิกทำเนียบ "ปูชนียบุคคลยานยนต์โลก" (AUTOMOTIVE HALL OF FAME) อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ตุลาคม 2532

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน กองบัญชาการออกคำสั่งให้ล้ม ไซบัตซึ ใหญ่ ๆ สี่รายคือ มิตซุย มิตซูบิชิ ซูมิโตโม และยาซึดะ ด้วยเหตุนี้ บริษัทต่าง ๆ ของไซบัตซึเหล่านี้จึงกลายเป็นบริษัทอิสระไปในขณะที่ตระกูลต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของไซบัตซึนั้นถูกจำกัดทรัพย์สินและถูกเรียกเก็บภาษีอย่างหนัก.

หมู่บ้านชาวไร่ชาวนาเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในเดือนต่อมาเมื่อกองบัญชาการให้มีการปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศโดยที่ทางกองบัญชาการถือว่าหมู่บ้านชาวไร่ชาวนาคือแหล่งกำเนิดของความเป็นใหญ่ทางทหาร แม้แต่ก่อนการยอมจำนนของญี่ปุ่นกองกำลังพันธมิตรก็มีการประชุมครั้งหนึ่งในสหรัฐเพื่อพูดถึงนโยบายหลังสงครามเพราะพวก "บ้าทหาร" และ "ชาตินิยมจัด" อยากใช้วิธีการรบแบบกองโจรต่อต้านสหรัฐหลังจากการจำนนของญี่ปุ่นแล้วจึงมีการเสนอข่าวชาวนาควรได้รับการปลดปล่อยเพื่อจะได้ไม่ให้การสนับสนุนพวกที่ต้องการทำสงครามแบบกองโจร แต่ในความเป็นจริงนั้นชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลิกความคิดนี้ไปแล้ว อย่างไรก็ตามรัฐบาลญี่ปุ่นหลังสงครามกลัวว่าชาวไร่ชาวนาที่ลำบากทุกข์ยากอาจจะหันไปนิยมชมชอบลัทธิคอมมิวนิสต์ ดังนั้นการปลดปล่อยชาวนาจึงได้รับการดำเนินการร่วมกันโดยญี่ปุ่นและสหรัฐ มีการซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินรายใหญ่ในราคาต่ำแล้วนำไปขายให้แก่ผู้เช่านาทั้งหลาย แม้ว่านี่จะดำเนินการไปโดยอำนาจของกองกำลังยึดครองญี่ปุ่นก็ตาม โครงการนี้ได้รับความสำเร็จมากที่สุดโครงการหนึ่งและเป็นโครงการปฏิรูปที่ดินที่เด็ดขาดที่สุดในประวัตศาสตร์

นโยบายส่วนใหญ่ของกองกำลังฯ นั้นได้รับความเห็นชอบจากชาวญี่ปุ่นผู้ได้เห็นการสาบสูญของบรรดาเศรษฐีเจ้าของที่ดินรายใหญ่ ๆ และบริษัทผูกขาดการค้า แต่ในขณะที่ทุกคนชื่นชมประชาธิปไตย รูปแบบเฉพาะอย่างของประชาธิปไตยที่ชาวญี่ปุ่นชอบนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ปัจจัยหนึ่งก็คือทุกคนยากจน เอ็ดวิน ดับบลิว พอลีย์ หัวหน้าคณะกรรมาธิการปฏิกรรมสงครามญี่ปุ่นเดินทางไปโตเกียวในวันที่ 13 พฤศจิกายน 1945 และแถลงว่านโยบายปฏิกรรมสงครามของฝ่ายพันธมิตรคือให้กำจัดจากญี่ปุ่นทุกอย่างที่ไม่จำเป็นต่อการบรรลุซึ่งความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างเล็กน้อยที่สุดในยามมีสันติภาพ "อย่างเล็กน้อยที่สุด" หมายความว่าจะไม่ให้ญี่ปุ่นได้มีมาตรฐานการครองชีพสูงกว่าของประเทศต่าง ๆ ที่ญี่ปุ่นรุกรานในระหว่างสงครามนี่เองทำให้ชาวญี่ปุ่นกลัวว่าตนเองจะหนีไม่พ้นความยากจนและความเกือบจะอดอยากตาย

-การปฏิรูปที่มากับการถูกยึดครองประเทศ ในภาพนี้ใบหุ้นของมิตซุยและมิตซูบิชิ กำลังถูกกองกำลังฝ่ายยึดครองยึดไปเมื่อเดือนตุลาคม 1946 ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายล้มล้างระบบไซบัตซึ

ภายหลังปี 1943 ญี่ปุ่นเผชิญกับความขาดแคลนอย่างรุนแรงในเกือบจะทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการทำศึกสงคราม และบรรดาผู้นำทางทหารก็พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะหาแหล่งใหม่ของพวกวัสดุหลัก ๆ การดำเนินการนั้นก็รวมถึงการพยายามใช้น้ำมันสนกับเครื่องบิน และนักศึกษาจำนวนหลายพันคนถูกเกณฑ์ไปขุดรากสน ปรากฏว่าไม่ได้ผลอะไรและโครงการใหม่ต่างก็ล้มเหลวแต่ความคิดนี้เป็นที่สนใจของ โซอิจิโร ฮอนด้า ตอนที่เขาเริ่มธุรกิจใหม่หลังสงครามโลก มีการแบ่งปันน้ำมันอย่างเข้มงวด แต่ละคนได้ส่วนแบ่งน้อยมาก ดังนั้นฮอนด้าจึงซื้อป่าสนและเริ่มผลิตน้ำมันสน

เนื่องจากเขาเชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยนต์มากกว่าดินระเบิด ดังนั้นในการใช้ดินระเบิดครั้งหนึ่งนั้นเขาทำให้เกิดไฟไหม้ป่า ฮอนด้าทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อดับไฟ ผลปรากฏว่าป่าสนส่วนใหญ่ของเขาถูกไฟไหม้ ทั้ง ๆ ที่มีข้อเสียหลายอย่าง แต่น้ำมันสนก็มีข้อดีบางอย่างอยู่ คือเมื่อผสมกับน้ำมันเบนซินที่ฮอนด้าซื้อจากตลาดมืด ปรากฏว่าน้ำมันผสมนี้ส่งกลิ่นเหม็นอย่างร้ายกาจ เมื่อตำรวยถามเขาว่าได้น้ำมันมาจากไหน เขาก็ตอบไปว่ามันเป็นน้ำมันสนซึ่งไม่อยู่ในการควบคุมของรัฐบาล-คำแก้ตัวแบบนี้ใช้ได้ผลทุกครั้ง

ตอนที่ 3 อดีตที่น่าภาคภูมิใจ

Recent posts

error: Content is protected !!