ความสำเร็จของการบริหารงาน HONDA MOTOR-ตอนที่ 3.4 อดีตที่น่าภาคภูมิใจ


The Man, The Management, The Machines.

เทตซึโอะ ซากิยะ เขียน

ธนิต ธรรมสุคติ แปล จากต้นฉบับ Updated paperback Edition 1987

สงวนลิขสิทธิ์

โซอิจิโร ฮอนด้า

ปูชนียบุคคลที่โลกยานยนต์ต้องจารึก

อัจฉริยบุคคลผู้ก่อตั้ง...และวางรากฐานความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับ "บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด" เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเกียรติยศอันสูงส่ง ให้เป็นสมาชิกทำเนียบ "ปูชนียบุคคลยานยนต์โลก" (AUTOMOTIVE HALL OF FAME) อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ตุลาคม 2532

ฮอนด้าจำเรื่องการร่วมงานกันสมัยแรกได้ "เช่น ถ้าการขึ้นไปถึงยอดภูเขาไฟฟูจิเป็นเป้าหมายสูงสุด ทั้งฟูจิซาวะและผมก็มีเป้าหมายอันเดียวกัน แต่ผมใช้เส้นทางหนึ่งในขณะที่เขาใช้อีกเส้นทางเพราะเขามีปรัชญาที่แตกต่างออกไปรวมทั้งบุคลิกภาพด้วย ถ้าเราใช้เส้นทางเดียวกัน เราทั้งสองอาจจะต้องโดนพายุเล่นงานเอาหมอบ เราสามารถสื่อสารกันได้เพราะเราไปกันคนละเส้นทาง ฟูจิซาวะจะพูดกับผมว่า ผมอยู่ที่นั่น ๆ แล้วก็เห็นพายุกำลังมา ระวังตัวหน่อยนะ ! แล้วผมก็ระวังตัว เราสื่อสารกันด้วยใจแม้ว่าเราจะอยู่ต่างที่และทำอะไรต่างกัน แต่เราก็มีเป้าหมายอันเดียวกันที่จะไปให้ถึงยอดเขา"

ความรู้สึกนั้นเป็นความรู้สึกร่วม และฟูจิซาวะบอกว่า "ผมไม่เคยพบคนเก่ง ๆ อย่างเขามาก่อน ทั้งยังอ่านนิยายหรือหนังสือประวัติเล่มไหนไม่พบว่ามีการบรรยายถึงคนอย่างเขา" ดูเหมือนว่าฟูจิซาวะจะพบในตัวของฮอนด้าว่ามีศักยะอันยิ่งใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ เขาจึงทั้งตกใจและดีใจ

ตอนนั้นฮอนด้ากำลังพยายามพัฒนาจักรยานยนต์สมบูรณ์แบบที่สามารถแล่นได้เร็วกว่าจักรยานติดเครื่องยนต์ ที่เข้ามาร่วมงานบริษัทในเดือนมีนาคม 1947 คือ คิโยชิ คาวะชิมะ (ปัจจุบันเป็นประธานบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์) ซึ่งเพิ่งจบจากวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งฮามะมัตซึ

ฮอนด้ากำลังนั่งอยู่กับพื้นปูเสื่อที่บ้านและเอาเขาซุกใต้ผ้าอุ่นเท้า เมื่อเขาสัมภาษณ์คาวะชิมะ หลังจากพูดคุยกันได้ไม่นานเขาก็ตัดสินใจได้ว่านี่คือคนที่เขาต้องการ อาจจะเป็นเพราะว่าคาวะชิมะก็เป็น "พวกบ้าความเร็ว" เหมือนกันและต้องการออกแบบเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง

จักรยานยนต์ทดลองคันแรกทำสำเร็จในเดือนสิงหาคม 1949 มีงานฉลองขึ้นในที่ทำงานโดยผลักโต๊ะทั้งหมดไปไว้ที่มุมห้อง ประธานฮอนด้าและพนักงาน 20 คนมีเหตุผลที่จะพออกพอใจในผลงานของตัวเองในขณะที่จิบเหล้าสาเกและกินปลาซาดีนกับผักดอง ใครคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "มันเหมือนความฝัน !" และฮอนด้าก็ตะโกนขึ้นว่า "ใช่แล้ ! ความฝัน !" จักรยานยนต์รุ่นนี้จึงมีชื่อเป็นทางการว่า "ดรีมไทพ์ ดี" (ความฝัน รุ่น ดี) ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 80 ซีซี. กำลังสูงสุด 3 แรงม้า

บริษัทสถาบันวิจัยทางวิชาการฮอนด้าได้รับการปรับปรุงใหม่และใช้ชื่อว่า "ฮอนด้า มอเตอร์" ในปี 1948 ในปีถัดมา ทาเกโอะ ฟูจิซาวะ เข้ามาทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ตั้งแต่เริ่มแรก วิธีการทำธุรกิจของฮอนด้าทำให้เขาแปลกใจมาก ฮอนด้าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงงานและห้องทดลองสอนพนักงานและวิศวกรเรื่องเทคโนโลยี ในขณะที่ฟูจิซาวะทุ่มเทตัวเองให้กับการขายและการบริหารบริษัท ฮอนด้ารู้สึกว่าชีวิตของเขาจะมีค่าที่สุดก็เมื่อมือของเขาเปื้อนเปรอะไปด้วยน้ำมัน แต่เขาไม่สามารถบริหารงานคนเดียวได้ ดังนั้นเขาจึงจัดตั้งองค์กรบริษัท สำหรับเขาแล้วบริษัทไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่า "อาคารชั่วคราว" เพื่อที่จะให้เทคโนโลยีของฮอนด้ามีโอกาสเต็มที่ที่จะเจริญก้าวหน้า ฟูจิซาวะจึงทำดีที่สุดที่จะทำ "อาคารชั่วคราว" เป็นอาคารถาวร

ฮอนด้า มอเตอร์ขณะนั้นผลิตเครื่องยนต์สองขนาดคือ 50 ซีซี. และ 98 ซีซี. เครื่องขนาด 50 ซีซี. ติดตั้งกับจักรยานก่อนนำออกจำหน่าย เครื่องขนาด 98 ซีซี. ต้องใช้โครงรถที่แข็งแรงกว่าจักรยานธรรมดา โครงรถแบบนี้ผลิตโดยบริษัทชื่อ คิตะงาวะ ผู้จัดจำหน่ายของฮอนด้าสั่งซื้อโครงรถจากบริษัทนี้แล้วสั่งซื้อเครื่องยนต์จากฮอนด้า จากนั้นก็ไปประกอบกันก่อนนำออกขาย ฟูจิซาวะพบข้อบกพร่องสำคัญข้อหนึ่งในระบบการจัดจำหน่ายแบบง่าย ๆ นี้

ฮอนด้าส่งเครื่องยนต์เดือนละ 100 เครื่องไปให้ผู้จัดจำหน่ายต่าง ๆ แต่บริษัทคิตะงาวะกลับผลิตโครงรถได้เพียงเดือนละ 50 ถึง 80 โครง ก็เป็นธรรมดาที่เครื่องยนต์ย่อมมีมากกว่า จึงเหลือค้างมาก ฮอนด้า มอเตอร์จึงพบปัญหาต่าง ๆ ในการเก็บเงิน การชำระเงินของผู้จัดจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตโครงรถเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนฮอนด้า มอเตอร์กลับพบแต่ความยากลำบาก ฟูจิซาวะแปลกใจที่ฝ่ายขายฮอนด้า มอเตอร์ไม่รู้เรื่องปัญหาที่ทำให้ผลิตได้น้อยนี้ คำตอบของฮอนด้าคือ "ทุกคนมีปัญหา" แล้วเขาก็พยายามสอนคิตะงาวะถึงวิธีผลิตโครงรถจักรยานยนต์ที่ดีกว่า ฟูจิซาวะพูดไม่ออกเกี่ยวกับวิธีการของฮอนด้า ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยเหลือศัตรูคู่แข่ง

เมื่อการผลิตจักรยานยนต์ดรีมไทพ์ดีเริ่มขึ้น ฟูจิซาวะก็วางแผนให้รถรุ่นนี้เป็นตัวสำคัญในกลวิธีขยายงานของบริษัทไปให้ถึงโตเกียว เขาบอกผู้จัดจำหน่ายทั้งหลายว่า "ถ้าต้องการขายรถรุ่นดรีมหรือรุ่นความฝันของเรา เราะจไม่ส่งเฉพาะเครื่องยนต์เปล่า ๆ ให้คุณ และถ้าคุณยังทำธุรกิจกับคิตะงาวะต่อไป เราจะขายเครื่องยนต์ให้คุณ แต่ไม่ใช่เครื่องยนต์รุ่นดรีม" พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าพวกนั้นต้องการขายรถรุ่นดรีม ก็ต้องเป็นผู้จัดจำหน่ายของฮอนด้าแต่เพียงยี่ห้อเดียวและต้องตัดความสัมพันธ์กับริษัทผู้ผลิตโครงรถ นี่เป็นการตัดสินใจอันเจ็บแสบสำหรับบรรดาผู้จัดจำหน่ายเพราะโครงรถจักรยานยนต์ทำด้วยท่อรูปร่างน่าดูของคิตะงาวะซึ่งใช้เครื่องยนต์ของฮอนด้านั้นเป็นที่นิยมมากกว่ารถจักรยานยนต์รุ่นดรีม แล้วความสับสนก็ตามมา ผู้จัดจำหน่ายบางรายขู่จะเล่นงานทำร้ายฟูจิซาวะ

มาตรการเด็ดขาดที่ฟูจิซาวะใช้ ทำให้สูญเสียผู้จัดจำหน่ายบางรายไป แต่ก็ไม่ได้สูญเสียไปหมด เพราะเมื่อบางรายเลิกไปเขตจำหน่ายของรายนั้น ๆ ก็เปิดให้รายใหม่เข้าดำเนินการ ในขณะที่บริษัทมีนโยบายจะให้ผู้จัดจำหน่ายรายเดียวคุมแต่ละเขต ฟูจิซาวะจึงพยายามหาผู้จัดจำหน่ายรายใหม่มาคุมเขตที่ว่างลงโดยรายใหม่นี้จะจงรักภักดีต่อฮอนด้า มอเตอร์ จำนวนผู้จัดจำหน่ายซึ่่งมีประมาณ 20 รายก็เพิ่มขึ้นเป็น 30 รายแล้วก็ 40 รายในเวลาต่อมา

Recent posts

error: Content is protected !!