ความสำเร็จของการบริหารงาน HONDA MOTOR-ตอนที่ 8.6 มรดกของผู้ก่อตั้งบริษัท


The Man, The Management, The Machines.

เทตซึโอะ ซากิยะ เขียน

ธนิต ธรรมสุคติ แปล จากต้นฉบับ Updated paperback Edition 1987

สงวนลิขสิทธิ์

โซอิจิโร ฮอนด้า

ปูชนียบุคคลที่โลกยานยนต์ต้องจารึก

อัจฉริยบุคคลผู้ก่อตั้ง...และวางรากฐานความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับ "บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด" เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเกียรติยศอันสูงส่ง ให้เป็นสมาชิกทำเนียบ "ปูชนียบุคคลยานยนต์โลก" (AUTOMOTIVE HALL OF FAME) อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2532

เคล็ดลับของความสำเร็จของฮอนด้า มอเตอร์อยู่ที่ความจริงที่ว่าผู้ก่อตั้งทั้งสองรู้ขีดจำกัดของตนเองดี นอกเหนือจากสมัยแรกเริ่มของบริษัทแล้ว ฮอนด้าเกือบจะไม่เคยยุ่งกับการประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทเลย

หลังจากตั้งระบบคณะผู้บริหารในปี 1964 แล้ว ฟูจิซาวะก็เลิกร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร การบริหารทั้งหมดของบริษัทจึงอยู่ในมือของกรรมการผู้จัดการอาวุโสสี่คนรวมทั้งคิโยชิ คาวะชิมะ ซึ่งขณะนี้เป็นประธานบริษัท

"ในฐานะที่รองประธานบริษัท และตัวผมเองเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทนี้" ฮอนด้ากล่าว "เราจึงมีอำนาจมากกว่าคนที่มาร่วมงานกับเราในภายหลัง ลองคิดดูซิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเข้าประชุมคณะกรรมการด้วยพร้อมกับอำนาจมากมากอย่างนั้นกรรมการคนอื่น ๆ ก็จะมีแต่นิ่งเงียบคอยฟังเราพูดและคิดหาทางเอาใจเรา การประชุมเช่นนั้นก็จะเหมือนกับการประชุมที่มีการตกลงอะไรกันไว้ล่วงหน้าแล้วเท่านั้นเอง แต่ถ้ากรรมการประชุมกันดดยไม่มีเรา ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดที่จะบริหารงานให้ดีเยี่ยม ถ้าคณะกรรมการตัดสินใจอะไรผิดพลาดไป เราก็บอกให้กลับไปพิจารณาใหม่"

ศาสตราจารย์แดเนียล เบลล์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเชื่อว่า "ทุกสังคมมีศูนย์กลาง ไม่เพียงแต่ในแง่ของภูมิศาสตร์แต่ยังในแง่ของศีลธรรมด้วย มันเป็นภาพพจน์ของความจงรักภักดี ซื่อสัตย์และศรัทธา ในสหรัฐนั้นเราเรียกมันว่า ความฝันของอเมริกันน คือความคิดที่ว่าสังคมเสรี เปิด เคลื่อนไหว พูดง่าย ๆ ก็คือ คนที่มีพรสวรรค์มีโอกาสจะเจริญ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผนึกสังคมเข้าด้วยกัน"

ฮอนด้า 1300

ในสังคมของทางตะวันตก ความต้องการมากขึ้นในเรื่องสิทธิต่าง ๆ มักจะเป็นตัวที่ทำให้สังคมแตกแยก ทำให้ความตึงเครียดของสังคมสูงขึ้น และในบางกรณีก็ทำให้เกิดลัทธิการทำลายขึ้นมา นี่คือเหตุผลว่าทำไมในทางตะวันตก ความสำคัญยิ่งยวดจึงติดพันกับ "ศูนย์กลาง" ว่าเป็นหนทางที่จะทำให้สังคมเป็นปึกแผ่น ในสังคมเช่นญี่ปุ่นซึ่งดำรงอยู่โดยสัมพันธภาพพึ่งพากันอย่างเหนียวแน่นนั้น การรวมตัวเกาะกลุ่มกันไว้เป็นหน้าที่โดยธรรมชาติของวัฒนธรรมญี่ปุ่น สัมพันธภาพของการพึ่งพากันและหน้าที่รับผิดชอบเหล่านี้ ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น "กรอบ" โดยศาสตราจารย์ จิเอะ นากาเนะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวและคนญี่ปุ่นไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะก้าวออกจาก "กรอบ" เหล่านี้

ภายใน "กรอบ" ของบริษัทนั้นแนวโน้มนี้แสดงออกมาในรูปของความจงรักภักดีต่อบริษัท และภายใน "กรอบ" ของประเทศชาตินั้นก็กลายเป็นความเป็นชาตินิยม

ในทางตะวันตก การเป็นผู้นำของฝ่ายบริหารบริษัทครอบครอง "ศูนย์กลาง" ของบริษัทและแรงผนึกก็ขยายออกไปจากศูนย์กลางสู่ริม ๆ หรือไม่ก็เป็นรูปปิรามิด คือจากยอดลงมาที่ฐาน นักบริหารระดับสูงสุดและระดับกลางรวมคนของตนมาทำแผนงาน แล้วส่งแผนงานต่อไปให้ระดับที่ต่ำกว่าโดยผ่านสายงานต่าง ๆ แล้วคนงานก็ทำงานตามคู่มือการทำงาน

ฟอร์มูล่า วัน

ระบบ "จากข้างบน" นี้ในญี่ปุ่นไม่ชอบเพราะในญี่ปุ่นนั้นพนักงานเสนอความคิดเห็นของตนเองออกไปโดยหวังว่าความคิดเห็นของตนจะปรากฏออกมาในการทำงานของบริษัท นี่เกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับคุณภาพสูงของผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นเช่น รถยนต์

ฮอนด้าและฟูจิซาวะมีความหวังร่วมกันในเรื่องความั่งคั่งถาวรของบริษัทที่ชื่อเสียงดังทั่วโลกซึ่งตนเองสร้างขึ้นมา แต่นับตั้งแต่เกษียณไปแล้ว ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการบริหารงานที่ฮอนด้า มอเตอร์ แต่ละคนได้รับความสำเร็จด้านชื่อเสียงและความมั่งคั่งในชั่วคนเดียวและขณะนี้ทั้งสองกำลังเดินอยู่บนเส้นทางใหม่และแตกต่างกันออกไป ฟูจิซาวะห้อมล้อมด้วยงานศิลปะสมัยใหม่ซึ่งเขาชอบมาก เขาไม่ค่อยได้ไปที่สำนักงานของบริษัทและใช้เวลาไปกับการดูแลสวน

แม้ว่าจะพอใจที่ได้อยู่กับฮอนด้ามาหลายปี ฟูจิซาวะก็กล่าวว่า "เมื่อมองย้อนไปถึงเวลาหลายปีของประสบการณ์ในการบริหารบริษัทแล้ว ผมสามารถนึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตได้ซึ่งการตัดสินใจของผมไม่ดีและเคยนึกอยากให้ตัวเองตัดสินใจไปอีกอย่างมากกว่า เหตุการณ์หนึ่งก็คือเมื่อเรากำลังเข้าแข่งขันรถรุ่นฟอร์มูล่า วัน และฟอร์มูล่า ทู

ฟอร์มูล่า ทู

"เราเข้าแข่งรถรุ่นฟอร์มูล่า วัน ในปี 1964 และในปีที่สองเราก็ชนะเม็กซิโก กรังด์ปรีซ์ ในปี 1966 เราร่วมกับยอดนักขับรถแข่ง แจ๊ค แบรบแฮม และได้ชัยชนะเจ็ดครั้งติดต่อกันในการแข่งรถรุ่นฟอร์มูล่า ทู

"ผลงานอย่างนี้ควรอยู่หรอกที่จะได้รับการยกย่องอย่างมาก"

"รถรุ่นฟอร์มูล่า วัน ใช้เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี. ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและรถรุ่นฟอร์มูล่า ทู ใช้เครื่องยนต์ 1,000 ซีซี. ขนาดสี่สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์พวกนี้ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สามารถนำไปผลิตเป็นรถยนต์สำหรับตลาดทั่วไปได้ เมื่อชนะการแข่งรถรุ่นฟอร์มูล่า วัน และฟอร์มูล่า ทู ผมก็คิดว่าทางบริษัทมีเทคโนโลยีระดับสูงที่พร้อมแล้วสำหรับการผลิตรถยนต์สำหรับตลาด ยิ่งกว่านั้น ผมยังคิดว่าบริษัทเก่งแล้วในเรื่องเทคนิคการผลิตตัวถังรถยนต์

"ทั้ง ๆ ที่เราก้าวหน้ามากเรื่องเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่ก็ยังมีเรื่องน่าเสียใจอยู่จนได้ เมื่อฮอนด้า 1300 กำลังได้รับการพัฒนาอยู่ ไม่มีการพูดกันเลยว่ารถรุ่นนี้จะใช้เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศหรือเครื่องที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิศวกรบางคนต้องการเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่ผมไม่ฟังเสียงพวกนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจมากเป็นพิเศษ

ฮอนด้า ซีวิค

"รถรุ่นซีวิค ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น รถขั้นพื้นฐานของโลกได้รับความนิยมมากที่สุดในหลายแห่งของโลกทั้ง ๆ ที่มีปัจจัยที่ไม่ดีต่าง ๆ เช่นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกและค่าเงินเยนสูง

"วิศวกรบางคนอาจจะพูดว่า รถซีวิคทุกวันนี้ จะไม่มีทางเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้โดยปราศจากประสบการณ์ทางการระบายความร้อนด้วยอากาศ สำหรับรถฮอนด้า 1300 เด็ดขาด แต่ผมรู้สึกว่า โดยพื้นฐานของความสำเร็จของรถรุ่นฟอร์มูล่า วัน และฟอร์มูล่า ทู แล้ว เราควรจะสามารถผลิตรถยนต์อย่างรุ่นซีวิคในตอนที่เราพัฒนารถฮอนด้า 1300

"ถ้าเราเลือกอีกทางในตอนที่ผลิตรถฮอนด้า 1300 อยู่" ฟูจิซาวะกล่าว "ผมรู้สึกว่าเราคงจะตัดสินใจได้ถูกต้องสมบูรณ์ ถ้าเราทำเช่นนั้น บริษัทคงจะก้าวไปอีกไกลในตอนนั้นเมื่ออุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคของการเจริญเติบโตรวมเร็วซึ่งจะไม่มีวันเป็นเช่นนั้นได้อีกแล้ว

"ฮอนด้า มอเตอร์สามารถเจริญได้โดยการให้ความสำคัญที่สุดแก่เทคโนโลยีแต่ก็มีหลายครั้งที่ฝ่ายบริหารต้องให้ความสำคัญแก่เรื่องเทคโนโลยี"

ตอนที่ 8.5 มรดกของผู้ก่อตั้งบริษัท

Recent posts

error: Content is protected !!