ความสำเร็จของการบริหารงาน HONDA MOTOR-ตอนที่ 9.1 โดยการนำของคาวะชิมะ


The Man, The Management, The Machines.

เทตซึโอะ ซากิยะ เขียน

ธนิต ธรรมสุคติ แปล จากต้นฉบับ Updated paperback Edition 1987

สงวนลิขสิทธิ์

โซอิจิโร ฮอนด้า

ปูชนียบุคคลที่โลกยานยนต์ต้องจารึก

อัจฉริยบุคคลผู้ก่อตั้ง...และวางรากฐานความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับ "บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด" เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเกียรติยศอันสูงส่ง ให้เป็นสมาชิกทำเนียบ "ปูชนียบุคคลยานยนต์โลก" (AUTOMOTIVE HALL OF FAME) อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2532

ความหวั่นไหวเรื่องเงินเฟ้อ

สหภาพแรงงานของบริษัทเอกชนในญี่ปุ่นนั้นระมัดระวังมากถ้าคิดว่าการเพิ่มเงินเดือนมาก ๆ อาจจะเป็นต้นเหตุของเงินเฟ้อหรือทำให้เกิดการว่างงานขึ้นมา

กล่าวโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว คนญี่ปุ่นกระตือรือร้นที่จะประหยัดเงิน และคนงานประเภทบลูคอลลาร์มีเงินออมทรัพย์ก้อนใหญ่ (ตามสถิติของธนาคารแห่งญี่ปุ่น เงินออมทรัพย์นี้ประมาณ 3.45 ล้านเยนหรือ 16,000 ดอลลาร์ในปี 1981)

นี่มีส่วนทำให้คนงานและสหภาพไหวหวั่นมากเรื่องเงินเฟ้อ

หลังจากปี 1970 เมื่อความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเชื่องช้าลง สหภาพแรงงานต่าง ๆ พากันวิตกมากเรื่องการรักษาระบบการว่าจ้างทำงานตลอดชีวิตไว้ และไม่ก้าวร้าวนักในเรื่องการขึ้นค่าจ้างเงินเดือน ดังนั้นการนัดหยุดงานจึงลดน้อยลง แนวโน้มเช่นนี้มีผลดีต่อนายจ้าง ปัญหาสำคัญที่สุดที่เผชิญสหภาพแรงงานอยู่ในขณะนี้คือวิธีรักษาระบบการว่าจ้างทำงานตลอดชีวิตและในขณะเดียวกันก็ยืดอายุเกษียณออกไปจาก 55 ปีเป็น 60 ปี

ควรจะสังเกตด้วยว่าบริษัทญี่ปุ่นนั้นแตกต่างอย่างมากจากสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างช่วงนั้นตระกูลไซบัทซึต่าง ๆ ควบคุมบริษัททั้งหลายไว้ บริษัทเหล่านี้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งและได้เงินแบ่งปันผลกำไรไปมากในยุคก่อนสงครามโลกนี้ ไซบัทซึ ใหญ่ ๆ อยู่สี่แห่งคือ มิตซุย ซูมิโตโม มิตซูบิชิและยาซึดะ แล้วยังมีที่เล็ก ๆ อีกเช่นอะสะโน คาวาซากิ ฟูรุกาวา และนิสสัน บริษัทญี่ปุ่นใหญ่ เกือบทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของไซบัทซึเหล่านี้

แม้ว่าคนชั้นมันสมองของบริษัทเหล่านี้จะมีความรู้สึกรุนแรงเรื่องความจงรักภักดี คนงานธรรมดาก็ได้รับค่าจ้างแรงงานต่ำและรู้สึกน้อยมากเรื่องความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับบริษัท

ความสำเร็จอยู่ที่การบริหาร

การเปลี่ยนแปลงมากมายในสถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังสงครามเมื่อกองกำลังยึดครองทลาย ไซบัทซึ เพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นมีความสามารถทำสงครามได้อีก ทั้งยังปลดปล่อยชาวไร่ชาวนา ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของที่ดินกับคนเช่าที่เป็นผลร้ายอย่างยิ่งต่อการเกษตรกรรมของญี่ปุ่น แล้วสร้างชาวนาผู้เป็นเจ้าของที่ดินของตนเองขึ้นมา

เหตุผลหนึ่งสำหรับมาตรการนี้ก็คือเพื่อลดความยิ่งใหญ่ของทหารในญี่ปุ่นลงไปอีก เพราะกองทัพญี่ปุ่นที่เคยเกรียงไกรนั้นส่วนใหญ่แล้วประกอบด้วยชาวนาผู้เช่าที่นาเกือบทั้งหมด ในเวลาไม่นานลูก ๆ ของชาวไร่ชาวนาเหล่านี้ ซึ่งได้ประโยชน์จากการเน้นหนักด้านอุตสาหกรรมของรัฐบาล ก็พากันเข้าเมืองกันเป็นขบวนเพื่อหางานทำตามโรงงาน และทำให้การอุตสาหกรรมมีวิญญาณของบริษัทการเกษตร

ดังนั้น เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็พัฒนาขึ้นมาระหว่างฝ่ายบริหารและคนงานประเภทบลูคอลลาร์ ความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นโดยการจัดตั้งระบบการบริหารแบบญี่ปุ่นโดยมีพื้นฐานที่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้ และยังก่อให้เกิดพื้นฐานสำหรับความสัมพันธ์ร่วมมือกันระหว่างลูกจ้างกับฝ่ายบริหาร

ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นปัจจุบันนี้ซึ่งหยั่งรากอยู่ในระบบการบริหารที่ยอดเยี่ยม สามารถแกะรอยย้อนหลังยังการปฏิรูปแบบประชาธิปไตยที่จัดทำโดยกองกำลังยึดครองในตอนหลังสงครามโลก

เช่นเดียวกับในยุโรปและอเมริกาเหนือ องค์กรสูงสุดในการตัดสินใจของบริษัทในญี่ปุ่นคือที่ประชุมผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตาม ในญี่ปุ่นการประชุมเช่นนี้เป็นเพียงพิธีการ เพราะเป็นที่เข้าใจกันแล้วว่าปัญหาสำคัญ ๆ ทั้งหลายได้ตกลงกันแล้วระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้นก่อนการประชุม

การประชุมเช่นนั้นโดยปกติแล้วมักจะกินเวลาสั้น ๆ และไม่ค่อยจะมีผู้ถือหุ้นคนใดแสดงการคัดค้านหัวข้อใดในหัวข้อการประชุม ความกลมกลืนกันเช่นนี้ซึ่งตรงข้ามกับความวุ่นวายที่บางครั้งก็มีขึ้นในการประชุมผู้ถือหุ้นในประเทศทางตะวันตกนั้น อาจจะเป็นเพราะระบบการถือหุ้นในญี่ปุ่นก็เป็นได้

บริษัทแม่คุมลูกไม่ได้

ตั้งแต่ปี 1947 บริษัทแม่ที่ควบคุมบริษัทลูกถือว่าผิดกฏหมาย ดังนั้นในปัจจุบันนี้บริษัทญี่ปุ่นจึงมีแนวโน้มที่จะถือหุ้นของบริษัทอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น สองบริษัทที่ติดต่อกันในธุรกิจด้านอื่นจะแลกเปลี่ยนหุ้นซึ่งกันและกันเป็นการผนึกแน่นซึ่งสัมพันธภาพ ผลก็คือจากจำนวนหุ้นที่นำเข้าตลาดหุ้นนั้น กว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นของบริษัทต่าง ๆ และมีไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เป็นของบุคคล

ระหว่างยุคหลังสงคราม บริษัทต่าง ๆ ที่เป็นของไซบัทซึ ก็มารวมกันใหม่เป็นกลุ่มใหม่เช่นกลุ่มมิตซุยและกลุ่มมิตซูบิชิเป็นต้น โดยปกติธนาคารจะทำหน้าที่เป็นแกนของกลุ่มเช่นนั้น ซึ่งภายในกลุ่มนี้บริษัทที่เป็นสมาชิกของกลุ่มจะถือหุ้นของบริษัทอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ตามกฏหมายต่อต้านการผูกขาดนั้น สถาบันการเงินเช่นธนาคาร บริษัททรัสต์ บริษัทประกันภัยหรือบริษัทหลักทรัพย์จะไม่ได้อนุญาตให้ถือหุ้นของบริษัทอื่นเกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นภายในแต่ละ "กลุ่ม" บริษัทต่าง ๆ สามารถสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดได้โดยผ่านการเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกันโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกครอบงำโดยบริษัทการเงิน ในขณะที่มีอยู่หลายรายที่ถือหุ้นนั้น บริษัทต่าง ๆ ถืออยู่ร่วมกันโดยที่บริษัทต่าง ๆ นั้นเป็นของอีกกลุ่มหนึ่ง นี่ยิ่งเป็นข้อยกเว้น่จากกฏเกณฑ์

ในระบบนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหนึ่งมักจะเป็นบริษัทที่อยู่ใน "กลุ่ม" เดียวกันและผู้ถือหุ้นเหล่านี้คุ้นเคยมากกับสถานภาพของบริษัทที่เป็นปัญหาอยู่นั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยจำเป็นสำหรับผู้ถือหุ้นที่จะต้องได้รับการบรรยายสรุปในการประชุมผู้ถือหุ้น ในระบบนี้วบริษัทสมาชิกภายในกลุ่มมักจะตกลงกันที่จะรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลให้ต่ำเหมือน ๆ กัน ซึ่งทำให้สามารถแบ่งปันเงินกำไรก้อนใหญ่เข้าเงินทุนสำรองสำหรับความเจริญเติบโตของบริษัท ผู้ถือหุ้นไม่อยู่ในฐานะที่จะรับเงินปันผลก้อนงามสำหรับระยะสั้น ๆ แต่ในระยะยาวนี่ก็คุ้มเพราะแคปิตอนเกนสะสะกันเป็นก้อนใหญ่

ระบบนี้ยังทำให้การบริหารของแต่ละบริษัทสามารถมุ่งอยู่ที่ยุทธวิธีระยะยาวโดยไม่ต้องห่วงความกดดันจากผู้ถือหุ้วนที่ต้องการเงินตอบแทนโดยเร็ว

ตอนที่ 9 โดยการนำของคาวะชิมะ

Recent posts

error: Content is protected !!