คอนติเนนทอลพัฒนาฟังก์ชันเทคโนโลยีการช่วยชีวิตที่ช่วยคุ้มครองอย่างครอบคลุม


การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเกิดการชน โดยการปรับกลยุทธ์การทำงานของถุงลมนิรภัยด้วยการตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ

• คอนติเนนทอลฉลองครบรอบ 40 ปี การพัฒนาหัวใจสำคัญของระบบควบคุมถุงลมนิรภัย

• ผลิตและจัดส่งแล้วกว่า 350 ล้านชุดทั่วโลก

• ชุดควบคุมถุงลมนิรภัยยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในโครงสร้าง E/E อันใหม่ และเพิ่มการปกป้องผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานได้

วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ณ เมืองเรเกินส์บวร์ค ประเทศเยอรมนี คอนติเนนทอลได้เริ่มพัฒนาชุดควบคุมถุงลมนิรภัย (ACU) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบการช่วยชีวิต ต่อมาระบบถุงลมนิรภัยจึงเป็นส่วนสำคัญในรถยนต์สมัยใหม่เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย การผลิตได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2529 หรือเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ตั้งแต่นั้นมา ACU จำนวนมากกว่า 350 ล้านชุด ได้รับการผลิตตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากการชนและทำงานได้ที่มีประสิทธิภาพจากโรงงานของคอนติเนนทอลทั่วโลก นอกจากนี้ ACU ยังสามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมแรงดันที่ช่วยตรวจจับและรายงานแรงปะทะของเหตุรถชน ซึ่งคอนติเนนทอลได้คิดค้นดาวเทียมแรงดันนี้ขึ้นมาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ตั้งแต่นั้นมาจำนวนถุงลมนิรภัยภายในรถก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้ และยังมีส่วนช่วยในเรื่องของ Vision Zero ได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี คอนติเนนทอลได้กำลังพัฒนาฟังก์ชันใหม่ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของถุงลมนิรภัยในรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น

การตรวจสอบความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ด้วยการตรวจสอบภายในรถ และส่งข้อมูลให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างปลอดภัย

ภายใต้คำคม “การปกป้องรอบทิศทาง” ทำให้ในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อของมุมมองรอบนอกรถ (Pre-Crash Safety) และภายในรถ (Occupant Safety Monitoring) ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นเพื่อปรับกลยุทธ์การทำงานของถุงลมนิรภัยให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์และผู้คน ร่วมถึงตำแหน่งของพวกเขาให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายคือการใช้สัญญาณจากชุดควบคุมที่เชื่อมต่อในการเปิดฟังก์ชันใหม่ เพื่อให้ถุงลมนิรภัยสามารถควบคุมและทำงานได้เร็วขึ้น และยังช่วยยืดอายุการใช้งานอีกด้วย เพราะทุกๆ เสี้ยววินาทีมีค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดการชนจากด้านข้าง

มร. โลรองต์ ฟาบทร์ (Laurent Fabre) หัวหน้าหน่วยธุรกิจความปลอดภัยเชิงแก้ไขและระบบตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของคอนติเนนทอลกล่าวว่า “การช่วยชีวิตจากการจราจรบนท้องถนนเป็นแรงผลักดันให้กับนวัตกรรมและแรงจูงใจในการทำงานในทุกๆ วันมาเป็นเวลา 40 ปี ด้วยจำนวนเซ็นเซอร์และการประมวลผลในยานพาหนะที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันนี้ ทำให้เพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนได้ อีกทั้งเรายังสามารถทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานได้เร็วขึ้น และสามารถปรับระดับการเติมลมในถุงลมนิรภัยได้ ด้วยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของรถและเซ็นเซอร์ภายในรถ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยการพัฒนาเทคโนโลยีวาล์วถุงลมนิรภัยรุ่นใหม่ของเรา ที่จะช่วยตอบสนองต่อสถานการณ์การชนแต่ละครั้งได้อย่างเหมาะสมเพื่อการป้องกันได้ดีที่สุด”

ควบคุมระดับการเติมลมในถุงลมนิรภัยตามที่กำหนดเพื่อการปกป้องผู้โดยสารสูงสุด

ระบบแรกเริ่มในการควบคุมถุงลมนิรภัยนั้นทำได้เพียงใบเดียว ในขณะที่ ACU ที่ทันสมัยสามารถควบคุมวงจรจุดระเบิดได้มากถึง 48 วงจร ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โดยที่ประสิทธิภาพของ ACU จะแตกต่างกันไปตามแต่ละส่วนของยานพาหนะและอุปกรณ์ กล่าวคือ ECU สามารถปรับระดับการทำงานได้ ซึ่งคอนติเนนทอลกำลังทำให้สามารถใช้งานได้กับชุดควบคุมถุงลมนิรภัยแบบแยกส่วนสามรุ่น ทั้งนี้หน่วยควบคุมนั้นมีฟังก์ชันพื้นฐานในการป้องกันการกระแทกจากด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยถุงลมนิรภัยด้านหน้า ตัวปรับสายคาด และยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น การอัพเดทแบบไร้สาย ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ และการตรวจจับการชนแม้ระหว่างอยู่ในกระบวนการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลง ECU ให้เป็นตัวควบคุมที่ใช้ซอฟต์แวร์ในการปรับโครงสร้าง E/E ด้วยการรวมศูนย์กลางไว้ด้วยกันและใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพียงไม่กี่เครื่องนั้น ไม่สามารถนำมาใช้กับ ACU ได้ ทั้งนี้ มร. โยเฮิร์น ซิมเมอร์มาน (Jochen Zimmermann) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบความปลอดภัยในห้องโดยสารของคอนติเนนทอล ได้อธิบายว่า “ACU จะได้รับการติดตั้งในที่ที่ปลอดภัยที่สุดของรถเพื่อรับประกันประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด แม้กระทั่งหลังจากการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง นอกจากนี้ข้อกำหนดของเวลาในการตอบสนองนั้นมีสูงมาก ดังนั้น ACU จึงทำให้การส่งสัญญาณระหว่างผู้ตัดสินใจและตัวกระตุ้นสามารถรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดใน ทั้งนี้ประสิทธิภาพความปลอดภัยสูงสุดสำหรับคอนติเนนทอลนั้นไม่สามารถต่อรองได้”

หน่วยควบคุมถุงลมนิรภัยเป็นหัวใจสำคัญของระบบถุงลมนิรภัยทุกชุด

“การปกป้องรอบทิศทาง” ฟังก์ชันใหม่ของคอนติเนนทอลนั้นได้รวมเอารูปแบบการจุดระเบิดของถุงลมนิรภัยแบบเก่าไว้ด้วย เพื่อให้สามารถหยุดการเคลื่อนที่ของคนที่อยู่ในรถได้ โดยปัจจัยหลักคือการผสานรวมข้อมูลก่อนการชนที่ได้มากจากเซ็นเซอร์รอบตัวรถด้านนอก และการตรวจสอบความปลอดภัยของผู้โดยสาร (Occupant Safety Monitor) ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาพื้นฐาน และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนและตำแหน่งของคนภายในรถ มร. ซิมเมอร์มาน ได้กล่าวต่ออีกว่า “นี่จะช่วยให้การจุดระเบิดทำได้เร็วขึ้น เช่น การยืดพนักพิงเบาะนั่งให้ตั้งตรง 300 มิลลิวินาที (0.3 วินาที) ก่อนเกิดการชนจากด้านหน้า”

วาล์วควบคุมถุงลมนิรภัยอยู่ในระหว่างการพัฒนาล่วงหน้า เพื่อให้สามารถควบคุมระดับการเติมลมในถุงลมนิรภัยให้มีตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งของผู้โดยสาร วาล์วรุ่นใหม่นี้สามารถเปลี่ยนแปลงการควบคุมแก๊สที่ไหล่เข้าสู่ถุงลมนิรภัยในเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที จึงช่วยให้ช่องนำอากาศในถุงลมนิรภัยมีขนาดเล็กลง และถุงลมนิรภัยพองได้นานขึ้นในระดับความแข็งที่เหมาะสมกับสถานการณ์และผู้โดยสาร ด้วยการควบคุมแรงดันโดยวาล์วควบคุมถุงลมนิรภัย หรืออาจเป็นไปได้ว่าในอนาคตถุงลมนิรภัยจะนิ่มลงได้ ณ ขณะที่ผู้โดยสารจะกระแทกกับถุงลม ทำให้ผลกระทบจากการเด้งกลับลดลง (การเหวี่ยงผู้โดยสารกลับ) ดังนั้นวาล์วจึงถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกจากการควบคุมแรงดัน 600 บาร์แบบเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในช่วงมิลลิวินาทีนั้น และควบคุมด้วยน้ำหนักของตัวเองซึ่งต่ำกว่า 300 กรัมในปัจจุบัน ระบบและฟังก์ชันใหม่นี้ยังตรวจจับความเสียหายของแบตเตอรี่และการกระแทกเล็กได้อีกด้วย

ฟังก์ชันการตรวจจับแรงกระแทกของแบตเตอรี่สามารถตรวจจับความเสียหายของแบตเตอรี่ที่อาจเกิดขึ้นและเตือนคนขับตามนั้น

ความไกลของระยะการใช้งานของ “การปกป้องรอบทิศทาง” สามารถวัดได้จากการที่คอนติเนนทอล ได้รวมการตรวจจับแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อวางแผนในการเตือนผู้ขับขี่ถึงความเสียหายของแบตเตอรี่ที่อาจเกิดขึ้น (และความเสี่ยงที่อาจเกิดไฟไหม้) หลังการกระแทกหรือการตกลงอย่างแรง ฟังก์ชันใหม่ที่ใช้เซ็นเซอร์เป็นตัวช่วยในการตรวจจับแรงกระแทกของแบตเตอรี่นี้ จะทำให้พื้นฐานทางเทคโนโลยีของระบบป้องกันคนเดินถนนจากแรงดันสามารถรวมเข้ากับชุดควบคุมถุงลมนิรภัยได้ในอนาคต

ระบบเซ็นเซอร์สัมผัส CoSSy (Contact Sensor System) ที่ใช้ตรวจจับการสัมผัสซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาที่นำเสนอไปแล้วเมื่อปี 2562 และทำให้ “การปกป้องรอบทิศทาง” เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะตรวจจับและจำแนกสัญญาณเสียง เช่น การกระแทกที่ความเร็วต่ำ เพื่อให้รถหยุดได้ทันที นอกจากนี้ระบบยังสามารถรองรับคุณสมบัติอื่นๆ ได้อีกหลังการติดตั้ง เช่น การตรวจจับการก่อกวน (การขูดขีด) สภาพของถนน การขับขี่ด้วยเสียง และการเข้าใกล้รถฉุกเฉิน

ACV วาล์วควบคุมถุงลมนิรภัยใหม่ช่วยให้สามารถควบคุมระดับการเติมลมในถุงลมนิรภัยได้ตรงเป้าหมายมากขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของผู้โดยสาร

คอนติเนนทอล ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2414 พัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่ก้าวล้ำสำหรับยานยนต์ที่มีการเชื่อมต่อและความยั่งยืนให้กับผู้คนและสินค้า โดยนำเสนอวิธีการที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ชาญฉลาด และราคาไม่แพงให้กับยานยนต์ เครื่องจักร การจราจร ตลอดจนการขนส่ง คอนติเนนทอลยอดขายเบื้องต้นที่ 37.7 พันล้านยูโรในปี พ.ศ. 2563 และมีพนักงานกว่า 235,000 คนใน 58 ประเทศทั่วโลก และจะฉลองครบรอบ 150 ปีใน พ.ศ. 2564 นี้

ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและความปลอดภัย เป็นหน่วยธุรกิจในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข รวมถึงเทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังเช่น ระบบควบคุมเบรกและแชสซีทั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์และไฮดรอลิก ระบบผู้ช่วยการขับขี้ขั้นสูง ระบบถุงลมนิรภัยอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ต่างๆ ระบบกันสะเทือนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงระบบล้างกระจกหน้ารถ ด้วยความเชี่ยวชาญระดับสูงและการเชื่อมต่อกันของส่วนประกอบแต่ละส่วนตามหลักการ SensePlanAct ที่นำไปสู่การขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างง่ายดายและปลอดภัยยิ่งกว่า

Airbag overview ภาพรวมของถุงลมนิรภัยที่อยู่ในรถยนต์สมัยใหม่.

Recent posts

error: Content is protected !!