คาร์ซัม ผู้นำแพลตฟอร์มขายรถมือสอง ระดมทุนซีรีส์ ซี 1,500 ล้านบาทสำเร็จ เตรียมรุกหนักตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


● คาร์ซัม แพลตฟอร์มขายรถมือสองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยยอดขายมากกว่า 40,000 คันต่อปี ซึ่งนับเป็น 1% ของตลาดรถมือสอง โดยเฉลี่ยแล้วมีรถขายผ่านแพลตฟอร์มของ คาร์ซัม 1 คันในทุกๆ 10 นาที

● การลงทุนเป็นส่วนผสมของการร่วมทุน และตราสารหนี้ ด้วยวงเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นนักลงทุนกลยุทธ์ระดับโลก ประกอบด้วย เอ็มยูเอฟจี อินโนเวชั่น พาร์ตเนอร์ส, ไดวะ พีไอ พาร์ตเนอร์ส และกลุ่มทุนกลุ่มใหม่ คือ โกบิ พาร์ตเนอร์ส และคอนเวอร์เจนซ์ เวนเจอร์ส

● เงินลงทุนก้อนใหม่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถมือสอง ผ่านความรร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งมีบริการเสริม เช่น การเช่าซื้อรถยนต์ การบริการการเงินสำหรับดีลเลอร์ การประกันรถและประกันชีวิต

● การอัดฉีดเงินทุนในครั้งนี้จะช่วยเร่งการเติบโตให้กับคาร์ซัมในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงด้วยความร่วมมือกับเครือข่ายดีลเลอร์ ตลอดจนกระทั่งถึงการจัดการและการว่าจ้างนักเทคโนโลยี

กรุงเทพฯ 11 ธันวาคม 2562 – คาร์ซัม (Carsome) แพลตฟอร์มขายรถมือสองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบซีรีส์ ซี ด้วยวงเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,500 ล้านบาท การระดมทุนรอบนี้ มีนักลงทุนกลุ่มใหม่เข้ามา ประกอบด้วย บริษัท เอ็มยูเอฟจี อินโนเวชั่น พาร์ตเนอร์ (MUFG Innovation Partners Co., Ltd. (MUIP) เป็นกลุ่มนักลงทุนองค์กร ภายใต้กลุ่มการเงินของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ อิงค์ (MUFG) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลก ไดวะ พีไอ พาร์ตเนอร์ (Daiwa PI Partners) กลุ่มร่วมทุนภายใต้ไดวะ ซิเคียวริตี้ กรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เอนเดฟเวอร์ แคตาไลส์ และออนไดน แคปิตอล การระดมทุนรอบซีรีส์ ซี ของคาร์ซัมในรอบนี้ มีกลุ่มนักลงทุนรายเดิมเข้าร่วมด้วย คือ โกบิ พาร์ตเนอร์ส (Gobi Partners) และ คอนเวอร์เจนซ์ เวนเจอร์ (Convergence Ventures)

คาร์ซัม ก่อตั้งขึ้นจากการเป็นผู้นำแพลตฟอร์มขายรถมือสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีตลาดที่แข็งแกร่งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย มียอดขายมากกว่า 40,000 คันต่อปีด้วยมูลค่ามากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่นับรวมเงินกู้และการทำสัญญาเช่าซื้อ การระดมทุนในครั้งนี้จะเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำตลาดของคาร์ซัมในตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย และขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเร่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับดีลเลอร์และผู้บริโภค ในหลายประเทศที่เปิดตัวออกมาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา คาร์ซัม ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากพอร์ตเงินกู้ในช่วงปีที่ผ่านมา และพร้อมที่จะขยายตัวในการร่วมงานกับพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ รวมถึงธนาคารในภูมิภาค และสถาบันการเงินอื่นๆ

คาร์ซัม เป็นวันสต็อปโซลูชั่นสำหรับผู้ที่ต้องการขายรถ และดีลเลอร์ขายรถ ให้บริการนับตั้งแต่ การดูรถในเบื้องต้น ไปจนกระทั่งถึงการโอนเป็นเจ้าของ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก จ่ายเงินทันทีพร้อมการดำเนินการด้านเอกสาร ลูกค้าสามารถนัดหมายตรวจสภาพและประเมินราคารถยนต์ในศูนย์บริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ลูกค้าสามารถรับการประเมินราคาพร้อมข้อเสนอ จากเครื่องมือและโครงสร้างราคาที่เชื่อถือได้ ต่อจากนั้น รถจะถูกเปิดประมูลให้กับดีลเลอร์รถมือสองในเครือข่ายทั้งหมดของคาร์ซัม เมื่อลูกค้ารับข้อเสนอราคา ขบวนการขั้นตอนทางเอกสารจะจัดการโดยคาร์ซัม และขั้นตอนการจ่ายเงินจะโอนให้กับลูกค้าทางออนไลน์ในทันทีที่การรับมอบกรรมสิทธิ์เรียบร้อย ปัจจุบัน คาร์ซัมมีดีลเลอร์รถในเครือข่ายมากกว่า 6,000 แห่งใน 50 เมือง ทั้งในมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยมีผู้เข้ารับการบริการมากกว่า 12,000 รายต่อเดือน ในศูนย์บริการต่างๆของคาร์ซัมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คาร์ซัมมีพนักงานมากกว่า 700 คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผลการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถสร้างผลกำไรได้ในมาเลเซีย และตลาดในประเทศอื่นๆ คาดว่าจะสามารถสร้างกำไรได้ภายในปี 2563 นี้

นายอีริค เชง ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอของคาร์ซัม กล่าวว่า “จากปริมาณการซื้อขายรถยนต์มือสองที่มีมากกว่า 4 ล้านครั้งต่อปีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาร์ซัม มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ในตลาดรถมือสองในภูมิภาค พวกเราได้ช่วยเหลือดีลเลอร์มากกว่า 6,000 ราย ในการขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และกลายเป็นคู่ค้าที่แน่นแฟ้นกัน เราได้ให้บริการลูกค้ามากกว่าหนึ่งล้านราย พร้อมให้ประสบการณ์ใหม่ในการขายรถที่โปร่งใส สะดวกสบาย และรวดเร็วที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจประเภทเดียวกัน”

นายอิริค กล่าวเสริมว่า “พวกเราดีใจ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนทั่วโลกในรอบซีรีส์ ซี นี้ เพราะกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ได้แบ่งปันประสบการณ์และความรู้ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมตลาดรถมือสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการก่อตั้งและส่งเสริมการรับประกันคุณภาพภายใต้มาตรฐานใหม่ รวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการซื้อขายรถยนต์มาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราตั้งเป้าหมายในการใช้เครือข่ายวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดในการทำธุรกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจยานยนต์ และสร้างระบบนิเวศน์ในด้านความร่วมมือระหว่างพันธมิตรธุรกิจ เพื่อสร้างบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ในฐานะนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ คาร์ซัมได้จับมือกับเอ็มยูเอฟจี (MUFG) และบริษัทในเครือของเอ็มยูเอฟจีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของคาร์ซัมในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ก้าวไปข้างหน้า โดยการให้บริการการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับดีลเลอร์และผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มของคาร์ซัม เอ็มยูเอฟจี เป็นเจ้าของธนาคารสองแห่งคือ พีที แบงก์ ดานามอน อินโดนีเซีย และทีบีเค ซึ่งดานามอน เป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดและผู้นำสถาบันการเงินในตลาดรถมือสองในอินโดนีเซีย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด มหาชน (กรุงศรี) ธนาคารใหญ่อันดับห้าในแง่ของเงินกู้และเงินฝาก จากความร่วมมือนี้ เอ็มยูเอฟจีและบริษัทในเครือจะสามารถให้บริการการเงินแบบ B2B และB2C บนแพลตฟอร์มของคาร์ซัม โดยใช้ฐานข้อมูลการทำธุรกรรมการซื้อขายรถยนต์ของคาร์ซัม และความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับให้คาร์ซัมเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถมือสองในระดับภูมิภาค

นายโนบุตาเกะ ซูซูกิ ประธานและซีอีโอของ เอ็มยูไอพี กล่าวว่า “เอ็มยูไอพี รู้สึกภูมิใจ ที่ได้เข้าร่วมลงทุนกับคาร์ซัมในรอบนี้ เรายินดีที่จะได้เป็นพันธมิตรกับอีริค และทีมของเขา เทคโนโลยีของคาร์ซัมสามารถแก้ไขปัญหาที่หนักหนาที่สุดของอุตสาหกรรมรถมือสอง นั่นคือ ต้องรอเซลล์ขายรถเป็นระยะเวลานาน และขาดความโปร่งใสในขบวนการซื้อรถ รวมถึงงบประมาณ ซึ่งเป็นจุดเด่นของระบบคาร์ซัม และเป็นเรื่องที่กลุ่มเอสเอ็มอีและผู้ซื้อรถทั่วไปกังวล พวกเราเชื่อมั่นมากว่าคาร์ซัมอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการเป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่ง โดยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้รับบริการและดีลเลอร์ ตลอดจนกระทั่งถึงซัพพลายเชนรถ เอ็มยูไอพีจะทำงานร่วมกับสถาบันการเงินพันธมิตรของคาร์ซัม ทั้ง ดานามอน กรุงศรี ในการร่วมมือกับคาร์ซัมเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ในการเติบโต ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินเหล่านี้ ยังสามารถช่วยนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ เพื่อมาปรับใช้และสนับสนุนวิสัยทัศน์ในระยะยาว”

นายโธมัส เสา ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งของ โกบิ พาร์ตเนอร์ กล่าวว่า “คาร์ซัมกำลังสร้างโซลูชั่นที่เอื้อสำหรับเจ้าของรถที่เป็นคนรุ่นใหม่และดีลเลอร์รถในแต่ละท้องถิ่น ในช่วงไม่ถึงห้าปี คาร์ซัมได้สร้างนิยามและหมวดหมู่ธุรกิจขึ้นมาใหม่ และเปิดตัวแพลตฟอร์มระดับเวิล์ดคลาส ซึ่งมีดีลเลอร์รถมือสองเข้าร่วมมากกว่า 6,000 แห่ง และมีมูลค่าธุรกรรมเกิดขึ้นมากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี พวกเรายินดีในการสนับสนุนคาร์ซัมต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและเปลี่ยนแปลงอนาคตของกลุ่มลูกค้าในเอเชีย”

นายฮิเดกิ อารากิ ประธาน ไดวา พีไอ พาร์ตเนอร์ กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวเราชื่นชมกับนวัตกรรมและความรวดเร็วที่อิริค และทีมของเขาได้นำมาสู่ตลาดรถมือสอง การผสมผสานการลงทุนของพวกเรากับเทคโนโลยีของคาร์ซัม ความชำนาญด้านดิจิทัล และความสัมพันธ์กับดีลเลอร์ ช่วยเร่ง ให้คาร์ซัมสามารถแข่งขันได้ และครองความเป็นผู้นำในตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย”

ในเดือนมีนาคม 2561 คาร์ซัม ระดมทุนรอบซีรีส์ บี ได้รับเงินทุน 19 ล้านเหรียญสหรัฐ จากกลุ่มทุนต่างๆ นำโดย เบอร์ดา พรินซิเปิ้ล อินเวสท์เม้นท์ ตามมาด้วย โกบิ พาร์ตเนอร์ส, คอร์นเวอร์เจนซ์ เวนเจอร์, อินโดเกน แคปปิตัล, อินโนเวน แคปปิตัล และลูเมี่ย แคปปิตัล ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2561 คาร์ซัมได้รับเงินทุนเพิ่มเติม 8 ล้านเหรียญสหรัฐ นำโดยกลุ่มออฟฟิศครอบครัวของ โจ ฮิราโอ๊ะ ผู้ก่อตั้งบริษัทซิกเอ็กซ์เอ็น (ZIGExN) เมื่อเร็วๆ นี้ คาร์ซัมได้ว่าจ้างนักวางกลยุทธ์หลักอาวุโสนายเดนนี่ ชิน ลูกหม้อซีเอ็มโอของเรดวัน (redONE) มาเป็นซีเอ็มโอ และนายเชษ ซิน อดีตหัวหน้าฝ่ายไอทีของเอฟดับบลิวดี อินชัวเร้นท์ มาเป็นซีทีโอ

เกี่ยวกับคาร์ซัม

คาร์ซัม เป็นผู้นำแพลตฟอร์มรถมือสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีธุรกิจในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และสิงคโปร์ คาร์ซัมนิยามตัวเองให้เป็นวันสต็อปช็อปสำหรับผู้ขายรถ มีโซลูชั่นสำหรับการขายแบบครบสมบูรณ์ในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่เข้ารับการตรวจสภาพ ประเมินราคา ไปจนกระทั่งถึงการโอนกรรมสิทธิ์ ในการส่งมอบรถได้อย่างสะดวกง่ายดาย ปัจจุบันมียอดขายรถผ่านแพลตฟอร์มของคาร์ซัมมากกว่า 40,000 คันต่อปี คิดเป็นมูลค่าธุรกรรมมากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข้อมูลเพิ่มเติม

มาเลเซีย : www.carsome.my

ไทย: www.carsome.co.th

อินโดนีเซีย: www.carsome.id

สิงคโปร์: www.carsome.sg

เกี่ยวกับ ไดวะ พีไอ พาร์ตเนอร์

ไดวะ พีไอ พาร์ตเนอร์ เป็นกลุ่มกองทุนร่วมทุนจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นบริษัทในเครือของไดวะ ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มุ่งเน้นในธุรกิจการร่วมลงทุน และการลงทุนตราสารหนี้ โดยธุรกิจร่วมลงทุนที่ผ่านมาได้ร่วมลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ อีคอมเมิร์ซ ท่องเทียวออนไลน์ ธุรกิจการเงิน และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

เกี่ยวกับเอ็มยูเอฟจี อินโนเวชั่น พาร์ตเนอร์

เอ็มยูเอฟจี อินโนเวชั่น พาร์ตเนอร์ ก่อตั้งขึ้นในฐานะนักลงทุนองค์กรของเอ็มยูเอฟจี และมีหน้าที่รับผิดชอบในการวางกลยุทธ์นวัตกรรมเพื่อสร้างและบ่มเพาะพันธมิตรธุรกิจระหว่างสตาร์อัพและเอ็มยูเอฟจี และลงทุนเชิงกลยุทธ์สำหรับสตาร์อัพ กลุ่มเอ็มยูเอฟจีเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตรยาวนานกว่า 360 ปี เอ็มยูเอฟจีมีเครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 1,800 แห่งใน 50 ประเทศ มีพนักงานมากกว่า 180,000 คน ให้บริการด้านต่างๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์ หลักทรัพย์ เครดิตการ์ด บริการเงินย่อย การจัดการสินทรัพย์ และเช่าซื้อ

เกี่ยวกับ โกบิ พาร์ตเนอร์

โกบิ พาร์ตเนอร์ส เป็นหนึ่งในกลุ่มร่วมลงทุนกลุ่มแรกๆ ในภูมิภาคที่ได้ลงทุนในจีน ญี่ปุ่น และอาเซียน มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการดูแลมากกว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และกัวลาลัมเปอร์ สนับสนุนผู้ประกอบการในช่วงเริ่มต้นไปจนกระทั่งถึงระยะเติบโต มุ่งเน้นตลาดเกิดใหม่ และตลาดที่กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงนักลงทุน

โกบิ พาร์ตเนอร์ส ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ปัจจุบันระดมทุน 13 ครั้ง ลงทุนในสตาร์อัพมากกว่า 250 บริษัท และมีสำนักงาน 10 แห่งในกรุงเทพ ปักกิ่ง โฮจิมินห์ ฮ่องกง จาการ์ต้า กัวลาลัมเปอร์ มนิลา เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ และโตเกียว สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gobivc.com

เกี่ยวกับ ออนไดน แคปปิตัล

ออนไดน แคปปิตัล เป็นกลุ่มร่วมลงทุนที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษกับการลงทุนในกลุ่มทีมงานที่มาจากพื้นฐานหลากหลาย ซึ่งรวบรวมบิสิเนสโมเดล และนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยลงทุนนับตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกจนกระทั่งระยะเติบโต ในแถบเอเชียแปซิฟิค และประเทศจีน

Recent posts

error: Content is protected !!