ตำนานวีรบุรุษของชาติ บิดาแห่งอวกาศและขีปนาวุธจีน ‘ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น’


ค.ศ.2009 นักวิทยาศาสตร์จีนคนหนึ่งถึงแก่กรรม ผมเห็นพิธีศพใหญ่โตระดับ State Funeral ทหารกองเกียรติยศเคลื่อนขบวนโลงศพคลุมด้วยธงชาติจีนในกรุงปักกิ่ง โทรทัศน์ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ผู้คนทุกหนทุกแห่งพูดถึงแต่เรื่องนี้

ผมแปลกใจพอสมควร เพราะไม่เข้าใจว่า เหตุใดจีนจึงให้เกียรติกับนักวิทยาศาสตร์ถึงขนาดนี้ ผมรู้ว่า คำว่า “ผู้เชี่ยวชาญ (??) ซึ่งถูกแต่งตั้งในจีนและรวมถึงนักวิทยาศาตร์คนดังกล่าวด้วยนั้นไม่ใช่คำที่มีความหมายทั่ว ๆ ไปเหมือนในประเทศอื่น ๆ แต่อยู่ในสถานะที่สูงระดับประเทศในจีน

ผมเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ (????) ของจีน ช่วงเวลานั้นเวลาไปไหนมาไหนก็มักมีคนถามว่า ผมรู้จัก “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่เพิ่งถึงแก่กรรมหรือไม่ ผมก็ตอบตามตรงว่าไม่รู้จัก หลังจากนั้นเรื่องราวของเขาก็ถูกเล่าพรั่งพรูออกมาให้ผมฟัง

ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น (???) เกิดในช่วงปลายราชวงศ์ชิงที่เมืองหางโจว จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยคมนาคมเซี่ยงไฮ้ และศึกษาต่อที่ MIT

เขาเข้าร่วมในโครงการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐ ต่อมาภายหลังเขาได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์แห่ง MIT และ CalTech (California Institute of Technology) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง JPL (Jet Propulsion Laboratory) ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของ NASA ในปัจจุบัน และเขาคือผู้ที่พัฒนาเครื่องบินรบไอพ่นลำแรกให้สหรัฐจนสำเร็จ

แต่เมื่อจีนเปลี่ยนเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ และเขาเป็นคนจีนโดยกำเนิด เขาจึงถูกรัฐบาลสหรัฐปลดออกจากทุกตำแหน่ง แจ้งข้อหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และเนรเทศ แต่ขณะที่เขากำลังเดินทางออกจากสหรัฐตามคำสั่งเนรเทศ เขากลับถูกสหรัฐจำคุก และกักขังในบ้านเป็นเวลา 5 ปีแทน

ต่อมาเมื่อสหรัฐขอให้จีนส่งตัวนักบินสหรัฐ 11 คนที่ถูกจับในสงครามเกาหลี จีนจึงยื่นข้อเสนอให้สหรัฐส่งตัวศ.ดร. เฉียน เฉือเซ็นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

เมื่อนั้นเองสหรัฐจึงระลึกได้ว่า ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น คือ นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของสหรัฐ และหากสหรัฐส่งตัวให้จีนก็เท่ากับช่วยจีนติดปีกในการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ทางทหารนั่นเอง

รัฐบาลสหรัฐจึงยกเลิกการควบคุม ถอนข้อกล่าวหา แต่งตั้งเฉียน เฉือเซ็น กลับเป็นศาสตราจารย์? และคืนตำแหน่งต่างๆ ทั้งหมดให้ดังเดิม เพื่อจูงใจไม่ให้ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น เดินทางกลับจีน

แต่ด้วยความเจ็บแค้นใจ ศ.ดร. เฉียน เฉือเซ็น จึงปฏิเสธ และยืนกรานที่จะเดินทางกลับจีน แม้จีนในขณะนั้นยังล้าหลังและยากจนก็ตาม

เมื่อกลับถึงจีน เหมาเจ๋อตงและโจวเอินไหล แต่งตั้งศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น เป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์และระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จภายในเวลาแค่ 5 ปี แม้ว่าต้องไปใช้ชีวิตและทำงานอย่างแร้นแค้นยากลำบากในทะเลทรายโกบีก็ตาม

หลังจากนั้นเขาก็ได้รับมอบหมายให้พัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีป ซึ่งก็คือขีปนาวุธตระกูล Dong Feng เริ่มจาก DF-1 และ DF-2 และพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึง DF-26 ซึ่งเชื่อกันว่าในปัจจุบัน คือ ขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีปที่มีพิสัยไกลที่สุด และอานุภาพร้ายแรงที่สุดในโลก

เขายังเป็นผู้พัฒนาดาวเทียมดวงแรกของจีน และวางโครงการพัฒนาจนกระทั่งจีนมีสถานีอวกาศในปัจจุบัน

เขาถึงแก่กรรมขณะอายุ 98 ปี ในฐานะวีรบุรุษของชาติ บิดาแห่งอวกาศและขีปนาวุธจีน

Cr:Noppanan Aranvongse Na Ayudhaya
Professor at International Business and economics Beijing

ค.ศ.2009 นักวิทยาศาสตร์จีนคนหนึ่งถึงแก่กรรม ผมเห็นพิธีศพใหญ่โตระดับ State Funeral ทหารกองเกียรติยศเคลื่อนขบวนโลงศพคลุมด้วยธงชาติจีนในกรุงปักกิ่ง โทรทัศน์ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ผู้คนทุกหนทุกแห่งพูดถึงแต่เรื่องนี้

ผมแปลกใจพอสมควร เพราะไม่เข้าใจว่า เหตุใดจีนจึงให้เกียรติกับนักวิทยาศาสตร์ถึงขนาดนี้ ผมรู้ว่า คำว่า "ผู้เชี่ยวชาญ (??) ซึ่งถูกแต่งตั้งในจีนและรวมถึงนักวิทยาศาตร์คนดังกล่าวด้วยนั้นไม่ใช่คำที่มีความหมายทั่ว ๆ ไปเหมือนในประเทศอื่น ๆ แต่อยู่ในสถานะที่สูงระดับประเทศในจีน

ผมเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ (????) ของจีน ช่วงเวลานั้นเวลาไปไหนมาไหนก็มักมีคนถามว่า ผมรู้จัก "ผู้เชี่ยวชาญ" ที่เพิ่งถึงแก่กรรมหรือไม่ ผมก็ตอบตามตรงว่าไม่รู้จัก หลังจากนั้นเรื่องราวของเขาก็ถูกเล่าพรั่งพรูออกมาให้ผมฟัง

ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น (???) เกิดในช่วงปลายราชวงศ์ชิงที่เมืองหางโจว จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยคมนาคมเซี่ยงไฮ้ และศึกษาต่อที่ MIT

เขาเข้าร่วมในโครงการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐ ต่อมาภายหลังเขาได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์แห่ง MIT และ CalTech (California Institute of Technology) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง JPL (Jet Propulsion Laboratory) ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของ NASA ในปัจจุบัน และเขาคือผู้ที่พัฒนาเครื่องบินรบไอพ่นลำแรกให้สหรัฐจนสำเร็จ

แต่เมื่อจีนเปลี่ยนเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ และเขาเป็นคนจีนโดยกำเนิด เขาจึงถูกรัฐบาลสหรัฐปลดออกจากทุกตำแหน่ง แจ้งข้อหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และเนรเทศ แต่ขณะที่เขากำลังเดินทางออกจากสหรัฐตามคำสั่งเนรเทศ เขากลับถูกสหรัฐจำคุก และกักขังในบ้านเป็นเวลา 5 ปีแทน

ต่อมาเมื่อสหรัฐขอให้จีนส่งตัวนักบินสหรัฐ 11 คนที่ถูกจับในสงครามเกาหลี จีนจึงยื่นข้อเสนอให้สหรัฐส่งตัวศ.ดร. เฉียน เฉือเซ็นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

เมื่อนั้นเองสหรัฐจึงระลึกได้ว่า ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น คือ นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของสหรัฐ และหากสหรัฐส่งตัวให้จีนก็เท่ากับช่วยจีนติดปีกในการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ทางทหารนั่นเอง

รัฐบาลสหรัฐจึงยกเลิกการควบคุม ถอนข้อกล่าวหา แต่งตั้งเฉียน เฉือเซ็น กลับเป็นศาสตราจารย์? และคืนตำแหน่งต่างๆ ทั้งหมดให้ดังเดิม เพื่อจูงใจไม่ให้ศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น เดินทางกลับจีน

แต่ด้วยความเจ็บแค้นใจ ศ.ดร. เฉียน เฉือเซ็น จึงปฏิเสธ และยืนกรานที่จะเดินทางกลับจีน แม้จีนในขณะนั้นยังล้าหลังและยากจนก็ตาม

เมื่อกลับถึงจีน เหมาเจ๋อตงและโจวเอินไหล แต่งตั้งศ.ดร.เฉียน เฉือเซ็น เป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์และระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จภายในเวลาแค่ 5 ปี แม้ว่าต้องไปใช้ชีวิตและทำงานอย่างแร้นแค้นยากลำบากในทะเลทรายโกบีก็ตาม

หลังจากนั้นเขาก็ได้รับมอบหมายให้พัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีป ซึ่งก็คือขีปนาวุธตระกูล Dong Feng เริ่มจาก DF-1 และ DF-2 และพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึง DF-26 ซึ่งเชื่อกันว่าในปัจจุบัน คือ ขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีปที่มีพิสัยไกลที่สุด และอานุภาพร้ายแรงที่สุดในโลก

เขายังเป็นผู้พัฒนาดาวเทียมดวงแรกของจีน และวางโครงการพัฒนาจนกระทั่งจีนมีสถานีอวกาศในปัจจุบัน

เขาถึงแก่กรรมขณะอายุ 98 ปี ในฐานะวีรบุรุษของชาติ บิดาแห่งอวกาศและขีปนาวุธจีน

Cr:Noppanan Aranvongse Na Ayudhaya Professor at International Business and economics Beijing

etetewtgae

Top Rated

error: Content is protected !!