นายขนมต้ม : ยอดคนเหนือตำนาน นวนิยายเชิงประวัติศาสตร์ โดย คมทวน คันธนู (ตอนที่ ๓๑.๒)


"....การที่คมทวน คันธนู ริเริ่มแต่งนวนิยายอิงประวัติศาสตร์นายขนมต้มนั้น นับเป็นความคิดอย่างใหม่ที่พึงสนใจแก่ผู้ใฝ่รู้ อาศัยที่ผู้แต่งเป็นกวี เมื่อเขียนนวนิยายก็อดพกความเป็นกวีติดมาด้วยไม่ได้ การบรรยายด้วยสำนวนโวหารจึงฟังรื่นหู มีอลังการของภาษาที่ประณีตแต่งขึ้นด้วยความสุขุมและความตั้งใจเป็นสำคัญ"

ดร. นพพร สุวรรณพานิช

"This is the best Thai novel I've read so far this year."

Gap-Bangkok Post

"เอ็งจำไว้นิสัยนักรบเมื่อได้สดับกลองศึกรัวหนึ่ง

วิสัยอิสตรีผู้เห็นอาภรณ์หนึ่ง

และวิสัยเด็กที่อยู่ใกล้ขนมหวานหนึ่ง

ไม่มีใครอดใจได้"

ครูเสาร์รีบโบกมือห้ามไว้เพื่อยุติการซักถามของแม่นางจักจั่น

"เอาล่ะ เอาล่ะ เราไม่มีเวลาพอที่จะมาหาข้อถูกข้อผิดกันได้ ทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ...อ้ายเทียบเอ็งกับอ้ายรอง อ้ายชู และอ้ายเข้มเตรียมจัดคนขึ้นคลองวัว ส่วนอ้ายดำ อ้ายแต้ม อ้ายใหญ่ และอ้ายกล้าเตรียมจัดคนตั้งท่าที่บ้านไผ่ดำได้ แหละเรายังขาดคนเสี่ยงตายสองคนที่จะลงไปทางวัดป่าฝ้าย ใครจะขันอาสาข้าบ้าง?"

ทุกคนมองกันเลิ่กลั่ก บ้างก็ก้มหน้านิ่งเพราะรู้คิดว่าการไปทัพยังมีโอกาสรอดกลับ แต่การเสาะข่าวสอดแนมนั้นยากลำบากต่อการทำยิ่ง

"ฉันขอรับอาสาเอง"

เสียงห้าวลึกของคน ๆ หนึ่งทำลายความลังเลของผู้มีอยู่ให้เลือนหายไป ทุกคนหันมาจับจ้องมันเป็นจุดเดียว

ครูทองอยู่อุทานขึ้น "อ้าว! อ้ายขนมต้ม ไหนว่าเอ็งจะกลับบ้านกุ่มพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ?"

ขนมต้มเชิดหน้าขึ้น ตอบชัดถ้อยชัดคำ

"ฉันมาอาศัยป่าโมกอยู่ก็หลายเดือนแล้ว เมื่อการณ์เป็นเช่นนี้ฉันจะกลับไปโดยลำพังกระไรได้ ถึงเพลงดาบฉันจะไม่ดีถึงขั้นอ้ายดำหรืออ้ายเทียบ แต่ฉันก็พอเอาตัวรอดได้ ขอให้ครูทั้งสองอย่าเป็นกังวลเลย เชื่อมือฉันเถอะ ว่าแต่ฉันต้องการมือช่วยอีกคนหนึ่งเผื่อพลาดพลั้ง"

ออนุ่นพี่ชายกระถิตลุกขึ้นยืนทันที

"ฉันขออาสาด้วย"

ครูเสาร์ถามโพล่งขึ้น

"เอ็งเป็นใครกัน?"

ออนุ่นยิ้มหยดย้อยหยาดเยิ้ม

"ฉันก็เป็นคนบ้านกุ่มเหมือนกับเจ้าดำกับขนมต้ม แต่ว่าฉันเป็นญาติกับอ้ายชูศิษย์ครูดาบ มาอาศัยอยู่นี่ก็หลายเพลาแล้ว ตั้งใจว่าจะกลับบ้านกุ่มเหมือนกัน แต่ไหน ๆ ก็เป็นเช่นนี้ฉันจะดูเบาได้อย่างไร แล้วอีกอย่างพื้นเพฉันเป็นคนอโยธยา การสืบข่าวแถบนั้นฉันทำได้ดีกว่าใครเสียด้วย"

ครูทองอยู่กับครูเสาร์นึกชมเชยในความคล่องตัวของมัน ครูมวยแห่งคุ้งใต้เอ่ยขึ้น

"แล้วฝีมือทางเพลงดาบกับเพลงมวยเอ็งละ งานนี้ต้องมีติดตัวไว้บ้างนะเว้ย ไม่งั้นอาจจะลำบากลำบน"

"โธ่! น้าก้อ แถวบ้านกุ่มน่ะใคร ๆ เขาเรียกฉันว่าพี่นุ่นกันทั้งนั้นเลยแหละ ไม่เชื่อถามเจ้าดำกับเจ้าขนมต้มมันดูก็ได้"

ครูเสาร์ผินหน้ามาทางเจ้าดำ

"จริงหรือเปล่าวะอ้ายดำ?"

"จริงจ้ะครู" เจ้าดำรับคำหนักแน่น

ครูเสาร์จึงเอ่ยชมออนุ่น

"เอ๊ะ เอ็งนี่สำมะคัญพอดู แต่ดูหน้าเจ้าก็ยังอ่อนๆ ไหงใครเขาถึงเรียกเอ็งว่าพี่วะ?"

"ก้อน้องฉันน่ะมันสวยหยอกอยู่เมื่อไหร่ แล้วทำไมใครๆ จะไม่เรียกพี่ได้ยังไง จริงแมะ?" ว่าแล้วเจ้าหนุ่มหน้าเป็นก็หันมาทางเจ้าเทียบทั้งที่ยังไม่รู้จักมักจี่กันดี มันก็พยักพเยิดหน้าตาลอยเชิด "หรือพี่เทียบจะว่ายังไง?"

เจ้าเทียบหัวเราะหึหึ ชาวป่าโมกเริ่มรู้สึกเอ็นดูในความทะลึ่งตึงตังของออนุ่นไม่น้อย ครูทองอยู่กับครูเสาร์รู้สึกเป็นสุขใจอย่างยิ่งที่เหตุการณ์คลี่คลายมาลงตัว

ขนมต้มสอดส่ายตาหามะขาม ซึ่งก็ได้รับการสบประสานเช่นกัน มะขามก้มหน้าหลบ ขณะที่สาวสวยอีกคนหนึ่งจับตามองอยู่ตลอดแล้วมันก็เบือนหนีซ่อนหยาดน้ำตาที่ทำท่าจะเอ่อล้นออกมาให้ได้.

Recent posts

error: Content is protected !!