บางกอกแต่หนหลัง-เล่าเรื่องรถ, เรื่องเหล้าและรสรัก ตอน ๑๒ โก๋ม๊อส-โก๋เด็ฟและสาวฮ๊อตแพ้นท์ระบาด


อาลิ้ม ณ โรงภาษี-บรรเลง

ย้อนรอยสักกะนิดเกี่ยวกะกับแกล้มจานโปรดหลังจากคราที่แล้วว่ากันด้วยเรื่่องของหอยเป๋าฮื๋อน้ำแดงหรือจะหอยเป๋าฮื๋อเจี๋ยน ครานี้มาว่ากันด้วยเรื่องกระเพาะปลาจานเด็ด

ขอฝอยกันซะกะหน่อย ว่าด้วยเรื่องกระเพาะปลานั้นความจริงแล้วคือถุงลมของปลาซึ่งหลายเกรดหลากหลายราคา ทั้งที่ขึ้นอยู่กับขนาดของกระเพาะปลาด้วยเช่นกัน

กระเพาะปลาที่ว่ากันว่าอร่อยสุด ๆ และราคาแพงที่สุดมาจากถุงลมของปลามังกรหรือปลาเหมี่ยนฮื่อ ส่วนที่ทำขายกันโดยทั่วไปจะเป็นกระเพาะปลาจวด, ปลากระพงและปลาริวกิว ว่ากันมาแต่โบร่ำโบราณกระเพาะปลาจะช่วยบำรุงและเพิ่มกำลังวังชาได้เป็นอย่างดี กระเพาะปลากระพงจะมีขายมากที่สุดโดยทั่วไป

กระเพาะปลานับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารจานโปรดที่ควบคุมกับปูและเห็ดหอม แกมด้วยถั่วงอกเด็ดหัวโรยด้วยผักชี, พริกไทย (ต้องตรามือที่ ๑ บดกันให้เห็นสด ๆ ก็แถวตลาดสดเยาวราชเข้าไปในซอยเล็กน้อยอยู่ทางซ้ายมือ ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังบดกันสด ๆ ด้วยเครื่องอยู่หรือไม่) และเติมแต่งรสเปรี้ยวด้วยจิ๊กโฉ่ว จะให้เด็ดจริง ๆ ก็ต้องปรุงแต่งอุ่นไอไปที่ล่ะชามด้วยกระทะทองเหลืองขนาดย่อม ๆ พอดี ๑ ชาม ส่วนชามนี่ก็ต้องแนว ๆ หม้อดินนั่นล่ะ (ทั้งที่ก้อหม้อดินนี่ไม่น่าจะเพิ่มความเอร็ดอร่อยขึ้นมาสักทะไร แต่คงเพราะด้วยลีลาและสีสัน & ลาลี)

ยุคสมัยครั้งกระโน้นทั้งบาร์, ค็อฟฟี่ช้อฟ, ฤาจะโรงเหล้าและภัตตาคารก็แนวๆ เปี่ยมเต็มทุกรสชาติ อีกทั้งนี้ยังมี PX นั่นก็คือซูเปอร์มาร์เก็ตของนายทหารอเมริกันชั้นสัญญาบัตรและภริยา ครบเครื่องด้วยเรื่องของกินของใช้จิปาถะ เอาเป็นว่ายกซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์จากอเมริกามาไว้แถวต้น ๆ ถนนสุนทรโกษาเยื้อง ๆ กรมศุลกากร ละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงของข้าพเจ้าด้วยฉะนี้นี่เอง.

โก๋และกี๋ บางกอก แปลงร่างเป็นอเมริกันสูทละแวกคลองเตยแต่งอวดโชว์กันหราหรือจะรองเท้า Adidas เสื้อ Grand Slam ทะยอยมากันตรึม ว่ากันเป็นกลอนอันอมตะแล้วกัน ทั้งโก๋ หลังวังแลโก๋ หลังวัดท่องจำจนขึ้นใจ

"ชะเออเอิ้งเอ่ย...เอิ้ง...เอ๊ย

ใส่กางเกงลีวายส์..

ชะเออเอิ่งเอ่ย

ใส่เสื้อแอร์โรว์

ใส่รองเท้าเช็คโก

จิ๊กโก๋เด๊ฟเอย...

เอ๊ย...โอละหน่าย...โอละหน่ายหน่อยเอย"

ท่าจะให้ครบเครื่องกันจริง ๆ ก้อต้องคาดเข็มขัดฮิคค็อคทักทอ "ทำมือ" นี่ละสมบูรณ์แท้ ส่วนรองเท้าเช็คโกหนังกลับต้องสีเขียวสดใส ส่วนอีกมาดเท่ห์ต้องรองเท้าโลตัสหนังแท้ลวดลายฉลุ งาน "ทำมือ" นับว่าทีเด็ดทีเดียวเชียวล่ะ ของแต่งกายเหล่านี้วัยสะรุ่นยุคโน้นใครได้ครอบครองมีอันเป็นไปถึงขั้น "ละเมอ" เพ้อพกเข้าให้! เอาเป็นว่า "โก๋เดฟครบเครื่อง" ไม่ว่าสาวรุ่นฤาสาวแก่แม่หม้ายเล่นเอาหลับไม่ลงเชียวล่ะ ฝันตาค้างกลางวันว่าง้านเถอะ

ยืนส์ลีวายส์ป้ายส้มนี่ถือว่า "ละอ่อน" ให้แน่ ๆ พันธ์แท้ต้อง "ลูกฟูกถี่สีขาว" นั่นละสุดติ่งกระดิ่งเลยเทียว ส่วนลีวายส์มีอักษร E บรรดาจิ๊กโก้ขานขับกันว่าเป็นลีวายส์ตัวเมีย เพราะของเทียมแท้ ๆ เริ่มระบาด

ส่วนโก๋ม๊อสก้อแนวๆ กางเกงขาบาน เสื้อรัดติ๋ว สั่งตัดวัดรูปทรง ถ้าจะให้เด็ดเจงๆ ก้อต้องลูกฟูกลายใหญ่หน่อย สุดจะเท่ห์ เรียกว่าเท่ห์สุดแล้วกัน

ร้านแถวสีลมนั่นละขึ้นชื่อฝีมือไม่เบาเลยเชียว กระผมไปอุดหนุนประจำ ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าสมัยครั้งกระโน้นมักจะลงท้าย "ภูษา" ต่อมาก้อเป็น "เทเลอร์" ส่วนร้านตัดผมจะลงท้ายด้วย "เกษา" ต่อมากลายเป็น "บาร์เบอร์" ร้านตัดผมมักจะกลายเป็นชมรมหมากรุกไปในตัว ส่วนฝั่งตรงข้ามร้านตัดเสื้อผ้าชายแถวหัวมุมถนนสีลมเป็น ร้านสั่งตัดเย็บหนังแท้ ก็รองเท้า สาน "ทำมือ" ฝรั่งมั่งค่าติดกันเกียวเชียวล่ะ เนื่องเพราะในสามโลกมีที่นี่ที่เดียว (ว่าไปนั่น...) แต่ของเค๊าเจ๊งสุดเอื้อม แพงระยับ คุณภาพคับแก้วเลยทีเดียว สวมใส่ท่องได้ทั่วโลกไม่อายใคร Made in Thailand นี่ละค่ะคุณท่านทั้งหลาย

แต่งโก้หรูสไตล์อเมริกัน ท่องไปไหนต่อไหนชาวบ้านชาวช่องทักทายกันเกรียว...

โหๆๆ... โก้อเมริกันมาเยือน หึหึ...แล้วในที่สุดสไตล์ไทยๆ คำภาษาก็หดหายพัฒนาการกลายเป็น"มะริกัน"- "มะกัน" จบลงด้วย" มาในมาด "มะ" เลยเฟ้ยพรรคพวก คำทักทายของเหล่าบรรดาพวก ๆ ของกระผม...

เรื่องราวของโก้ม๊อส-โก้เด๊ฟแบ่งแยกกันเป็นสองพวก ๆ แรกลำดับความได้ว่า "ม๊อสบัณฑิต" ส่วนอีกพวก "เด๊ฟนักรบ" ด้วยลีลากวนโอ๊ยต่างกันใช่ย่อยโดยสิ้นเชิง

ส่วนกระผมขอเป็นกลางออกจะแนว ๆ สวิสเซอร์แลนด์ เข้าได้ทั้งสองฝั่ง เพราะได้ "ของหลุด" ออกมาจาก PX นั่นละทั้งลีลาม๊อสและเด็ฟ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องบรรยายกันมากมาย เวลาแต่งสไตล์เด๊ฟ ผู้บังเกิดเกล้าของกระผมออกอาการเป็นห่วงเป็นใยยิ่งนัก...

อันเป็นที่มาของวัฒนธรรมตะวันตกเข้าครอบงำในยุคเริ่มแรกจากสงครามเวียตนามนี่ล่ะ นอกจากจะขนกองทัพมาครบทั้งสามเหล่าทัพแล้วยังขนวัฒนธรรมแปลกแหวกแนวมีอิทธิพลต่อทุกชั้นชนของคนไทยเข้าให้

ทั้งลีลาการแต่งกายของบรรดาสาว ๆ และไม่สาวทั้งหลาย จากดั้งเดิมนุ่งโจงกระเบน ก่อนจะผันมาเป็นผ้าถุงและแล้วปรับเปลี่ยนมาเป็นนุ่งกางเกงขายาว หนักข้อก็เข้าสู่ยุคของกางเกง "ฮ๊อตแพ้นท์" นั่นละ สุด ๆ เลยครับท่าน ฮิตฮ๊อตในหมู่วัยสะรุ่น "แตกหนุ่มแตกสาว" ด้วยลีลา "มะกันสไตล์" วัยสะรุ่นยุคนั้นเริ่มว่านอนสอนยากขึ้นทุกที จะสอนสั่งก็เข้าทำนอง "หูซ้ายทะลุหูขวา" กันทั่วทุกหัวระแหง...

ส่วนชายไทยอกสามสี่ศอกสมัยก่อนพกผ้าข้าวม้า ยุคนี้หมดสมัยกลายพันธ์ไปลีลาเกาหลี ก่อนนี้อิทธิพลญี่ปุ่น ก็ว่ากันปายตามยุคตามสมัย...

ว่าแล้วต้องเล่าซะกะหน่อยเรื่องราวของโรงงานผลิต "ลีวายส์" ไม่ใช่ไกลอื่น ก็เล่นมาตั้งโรงงานในไทยนี่แหล่ะ 555 (พาให้นึกถึงยามวนยี่ห้อ 555 รสชาติเนียนใจดีแท้ แต่ราคาแพงระยับ สมัยนี้สยามเมืองยิ้มไม่ค่อยมีให้เห็นแระ ยุคก่อนนับว่ายากาแร็ตที่เด็ดสุด ๆ มีให้เลือกทั้งมวนสั้นมวนยาว ไหนจะยี่ห้อ Rothman, Pall Mall, Lucky, Camel, Kent, Marlboro &  etc. ไหนจะยาเส้นสูบกะไปป์ หอมกรุ่นชวนระรื่นชื่นใจ เจ้ายี่ห้อ Lucky นี่ไม่ทำมะดาเลยนะ อีกหนึ่งตำนานยามวน ซองยุคแรกดำเนินมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1871 หรือ ปี พ.ศ. 2414 ตกราว ๆ เกือบ 170 ปีเข้าไปโน่นเลยเชียว แสดงว่ามนุษย์ดูดยามวนมายาวนานกลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ ส่วนค่ายยาสูบมาข้องเกี่ยวกะแวดวงการยานยนต์ก็ไม่นานมานี้แหล่ะ ไม่เกิน 30 ปีที่ผ่านมาทั้ง Lucky, Camel, Rothman, Marlboro และ 555 เป็นสปอนเซอร์หลักให้กับค่ายรถแข่งหลายค่ายทั้งแรลลี่โลกและเอฟ-สาละวัน...

ไปป์ชั้นดีทำมาจากไม้เนื้อหอมชั้นเลิศแถมต้องแช่บรั่นดีไว้ประจำด้วยนะจะบอกให้ นี่ละสูตรเด็ดดวงของบรรดานักดูดยาทั้งหลายแหล่ นอกจากหอมกรุ่นละมุ่นละไมจากกลิ่นรสยาสูบแล้วยังได้รสเลิศของบรั่นดีแลไม้หอมจากไปป์ (ว่าไปนั่น) อันเป็นเรื่องของคนชั้นสูงมีกะตังค์ ชาวบ้านชาวช่องหมดสิทธิ์ลิ้มลอง ถองแต่ยาเส้นกะใบจากเพลิดเพลินไปอีกแบบ...สไตล์บ้านนอกคอกนา

อ้าวเลยเถิดไปซะไกล วกกลับมาเรื่องเสื้อผ้าโดยเฉพาะกางเกงดัง แม้แต่ยี่ห้อ "ฮาร่า" ก็ไทยๆ เต็มๆ เลยเทียวเชียว แต่ดันพะยี่ห้อ Made In USA เข้าให้ ยี่ห้อ Lee นี่ก็ใช่ Wrangler จะเหลือฤา พรรคพวกไปตระเวณโบ้เบ๋แต่ละที ร้านรวงเอ่ย "ลื้อจะพะยี่ห้ออะไร ว่ามา เดี๊ยวจัดให้ ปั๊มแป๊บเดียว" จบเอาดื้อ ๆ งี้ล่ะ สรุปว่าคนไทยโดนหลอกมายาวนานม๊ากกกกกกกกก ทั้งแขก-จีน-ฝรั่ง-ญี่ปุ่น ยันทุกวันนี้

Recent posts

error: Content is protected !!