บางกอกแต่หนหลัง-เล่าเรื่องรถ, เรื่องเหล้าและรสรัก ตอน ๑๕ มนต์การเมือง-เสน่หาประชาธิปไตย


อาลิ้ม ณ โรงภาษี-บรรเลง

สร่างแฮ้งค์แลสร่างซาเรื่องราวของ PM2.5 ด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปพลาง ๆ ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้งตามประสาประชาธิปไตยที่ตั้งแต่จำความได้ปาเข้าไปราว 60 ปีที่ผ่านมาด้วยทุกรัฐบาลประกาศนโยบายแก้ปัญหาความยากจนยันทุกวันนี้...สะท้อนให้เห็นสยามเมืองยิ้มยิงฟันยังจนกันไม่เสร็จซะทีบ้านนี้เมืองนี้

ว่ากันด้วยเรื่องการเลือกตั้ง เนื่องเหตุเพราะพรรคพวกทั้งรุ่นเดียวกันแลรุ่นน้องนุ่งหลายรายยังไม่เข็ดกันซะเท่าไหร่กับการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยสไตล์ประเทศกำลังพัฒนา ดันลงสมัคร ส.ส. เข้าให้ (อีกแล้ว) กริ๊งกร๊างมาทันควันหลังยื่นเอกสารเป็นที่เรียบโร้ยโรงเรียนจีน

"ว่างปะ...ผมลงสมัคร ส.ส. แล้วนะ มาช่วยหาเสียงหน่อย"

ยาวละครานี้ ด้วยเหตุที่มีเวล่ำเวลาไม่มากนักเลยส่งเพลง "มนต์การเมือง" ให้ว่าที่ ส.ส. ท่านฟังเล่น ๆ เพลิน ๆ แล้วรอดูทีท่าของท่านผู้ทรงเกียรติ (ในสายตาคนอื่นนะ...อิอิ)

จะว่าไปก็ไม่อยากจะลำเลิกบุญคุณซะเท่าไหร่หรอกนะ ด้วยบรรดานักการเมืองทั้งหลายแหล่ไม่เคยสำนึกถึงคะแนนเสียงซักเท่าไหร่หรอก...ว่ามะ ช่วงนี้เลยเต็มพรืดไปด้วยป้ายหาเสียงทุกซอกทุกซอยทั่วแผ่นดิน แถมด้วยการกระจายเสียงด้วยรถราหลากชนิด ตั้งแต่เช้ายันเย็น ตามมาด้วยใบปลิว ๆ กันว่อน อ่านนโยบายแล้วดีเกินความจริง...ไปซะทุกพรรคด้วยเป็นเช่นนี้มาหลายสิบปีดีดัก

"เอ็งไปสมัคร ส.ส. ไม่อายชาวบ้านชาวช่องลูก ๆ หลาน ๆ มั่งเลยรึไง" เอ๋ยคำไปตามไว-ไฟซะ

"เพ่ๆๆ...ไปคว้าเอกสารทางประวัติศาสตร์ทางการเมืองโลกมาอ่านซะดี ๆ จะได้รู้ลึกรู้ลับ" ห้วน ๆ สั้น ๆ มาตามกระแสสาย

กระผมเลยอดใจไม่ไหวด้วยเคยร่ำเรียนมาทางการเมืองการมุ้งพอไปวัดไปวาตอนสาย ๆ ได้ไม่อายใคร...ว่าง้านเถอะ

เลยเปิดตำรา "Political history of the world"

เอาเรื่องทีเดียว ประวัติศาสตร์การเมืองมีมาราว 3,000 ปีแล้วหรือนี่...จบเห่ ว่าง้านเถอะ

อ่านไปอ่านมา นักรัฐศาสตร์ในโลกนี้คิดต่างนับล้านแนว ไหนจะปรัชญาการเมือง, เศรษฐกิจการเมือง, ความคิดทางการเมือง, อภิปรัชญาการเมือง, การเมืองและการทหารแล้วก็ลัทธิทางการเมือง. ละไว้เท่านี้แล้วกานไม่ง้านยาวชัวร์ เพียงแค่นี้ศึกษากันยันชาติหน้าไม่รวมความคิดการเมืองรูปแบบใหม่ ๆ

ให้ย้อนนึกถึงสมัยวัยละอ่อน บรรดาผู้สมัคร ส.ส. แอบเอาขนมนมเนยมาฝากเด็ก ๆ แถวละแวกที่พำนักอาศัยใจกลางกรุง

"หนู ๆ เอาช็อคไปเขียนตัวเลข "---" ตามกำแพงรั้ว, เสาหรือฝาบ้านให้ลุงหน่อย"

พอเข้าใจนะ บางรายให้ 50 สตางค์รู เด็ก ๆ แฮปปี้กันเป็นทิวแถว ส่วนรุ่นหญ่ายก็รับยาซองกันเป็นทิวแถวแถมยาดอง, เหล้าขาวรึเหล้าสี...

เข้าสู่ยุคสมัยแปรเปลี่ยน "โรงพิมพ์" รับงานอื้อช่วงตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง และแล้วท้ายที่สุด "เบี้ยว" ค่าพิมพ์...ทั้งที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้ง ระยะหลัง ๆ บรรดาโรงพิมพ์ทั้งหลายเข็ดขยาดกันถ้วนหน้ากับผู้สมัคร ส.ส. ทั้งหลายแหล่...เอาเป็นว่าต้องวางมัดจำก่อน ส่วนร้านรับทำป้ายหนาว ๆ ร้อน ๆ กันเป็นทิวแถว

เลือกตั้งครั้งกระนี้พรรคพวกทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องรุ่นลูกรุ่นหลานแห่กันยื่นใบสมัครกันเพียบแปร้ วาดฝันตำแหน่งนายกรัฐมนตรีบ้าง, รองนายกรัฐมนตรีบ้าง, รัฐมนตรีบ้าง, หัวหน้าพรรคบ้าง, รองหัวหน้าพรรคบ้าง, หัวคุะแนนบ้าง, ลิ่วล้อบ้าง, คนขับรถให้เด็กรับใช้รัฐมนตรีบ้างแลหวังทำธุรกิจสีเทาบ้าง เท่านั้นไม่พอแถมมาชักชวนไปร่วมหอลงโลงด้วยแฮ่ะ

ผู้สมัคร ส.ส. มากรายหนี้สินล้นพ้นตัวในมาดใส่สูทหราขี่รถหรู ช่วงนี้มักจะเห็นตระเวณไปตามชุมชนคนจน ๆ ทั่วประเทศ

มักจะเอ่ยคำ

"คุณยายยยยย. เป็นไงมั่ง สบายดีมั๊ย กินข้าวกินปลาแล้วยัง ปวดแข้งปวดขาบ้างอะป่าววว" อิอิ

นอกเหนือจากงานแต่ง, งานศพ, งานขึ้นบ้านใหม่ & งานโกนจุกสิงห์โต ฯลฯ

"ท่านจะมาช่วยพวกเรา ท่านเป็นคนดีมากที่สุด" สาวแก่แม่หม้ายเอื้อยเอ่ย...ต้อนรับขับสู้เต็มคราบ อิอิ...

เลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัคร ส.ส. มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย รวมทั้ง ส.ส. ที่เคยยกพวกตีกันหัวร้างข้างแตกในรัฐสภาอยู่หลายราย

การเมืองไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉะนั้นอย่าคิดเล่นการเมือง จะพาวินาศสันตะโรทั้งตระกูลอีกหลายชาติกำเนิด

อย่าได้ "หลงผิดคิดยืด" เชียวนา...เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก !!!

เตือนเกลอเก่าด้วยความหวังดี แต่ท่านไม่เชื่อหรอก...ของแบบนี้มีเกี่ยวพันกับเรื่องอำนาจวาสนา ใครใคร่หลงระเริงแล้ว...ถอนตัวยากส์ มีแต่จะลงลึกพอ ๆ กับเชื่อเจ้าเข้าทรง เชื่อหมอดูหมอเดาหรือเชื่อบรรดาก๊วนลวงโลกหลอกลวงสอนวิธีหาเงินทางเฟสบุ๊ค อาทิ โปรโมทด้วยภาพเคียงข้างรถหรู อ้างรวยล้นฟ้า ด้วยว่าเที่ยวฟรี กินฟรี พักฟรีแถมได้กะตังค์ใช้อีกตะหาก ก๊วนลวงโลกพวกนี้มากันเป็นแก๊งค์

กว่าจะรู้ลับรู้ลึก...ก็สายเกินซะแล้ว

เลือกตั้งแต่ละคราสไตล์ไทยๆ แท้ๆ แค่ละครยกแรกยังไม่ทันเปิดวิก

"รับเงินหมา กาเบอร์ "555"

สำนวนนี้มานานหลายสิบปีอย่างมันส์ซะแหล่วววว

สงสารประเทศไทยซะเหลือเกิ้นสสส์ อ้วนพีกันถ้วนหน้าบรรดานักการเมือง...

ส่วนอภิมหาปราชญ์อมตะนิรันดร์กาล "เพลโต" ท่านว่าไว้น่าฟัง

มนต์การเมือง

เสียงโฆษณา

ของนักการเมือง

ยกเอาแต่เรื่อง

ที่ดีงามมาพูดจา

มีหนังมาฉาย

ให้ชาวไร่ชาวนา

ได้ดูได้ชมกันทั่วหน้า

ระรื่นตื่นตากันทั่วไป

จะสร้างไอ้โน่น

จะทำไอ้นี่

ที่ยังขาดแคลน

ทั่วทุกถิ่นทุกแดน

ฟังดูก็แสนจะชื่นใจ

ถนนหนทางลำคลอง จะสร้างให้มากมาย

เลิกเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย

จะซื้อรถให้มาไถนา

ดีอกดีใจแต่นี้ต่อไป

คงสุขอารมณ์

ชาวนาพากันชื่นชม

นิยมดังเขาพูดมา

พอเป็นผู้แทน

นั่งแท่นอยู่ในสภา

ตั้งหลายปีที่ผ่านมา

จะไถนายังต้องใช้ควาย

ถนนหนทาง

ที่ว่าจะสร้างก็ยังไม่มี

มันกินอิฐทรายกันป่นปี้

ถนนจะมีกันได้ยังไง

เขาเป็นผู้แทน

กันยังไม่ทันเท่าไร

ทรัพย์สินเงินทอง

มีมากมาย

มันน่าแปลกใจ

เมื่อคิดขึ้นมา

ปากบอกรักชาติ

ผมฟังอนาถใจจริง

เห็นแต่เขาจะช่วงจะชิง

ตำแหน่งใหญ่ยิ่งกันในสภา

วิ่งเต้นหาเสียงกินเลี้ยงกันใหญ่

ตามเหลาตามบาร์

บางคราวยกพวกเข้าเข่นฆ่า

มันเหลือระอาผู้แทนเมืองไทย

ผมขอวิงวอน

ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดิน

ไอ้พวกชอบโกงชอบกิน

ไอ้พวกกังฉิน

อย่าเลือกเข้าไป

เลือกแต่คนดี

ยังมีอยู่อีกมากมาย

แล้วพี่น้องจะสุขใจ

จะพาชาติไทยเรารุ่งเรือง

เพลงมนต์การเมือง แต่งโดยครูสุเทพ โชคสกุล

สมัยกึ่งพุทธกาล คิอคุณครูคำรณ สัมบุญณานนท์ เพลงนี้แต่งราวปี พ.ศ. 2495

เพลงเสียดสีนักการเมืองกล่าวถึงนักการเมืองในยุคนั้นว่าโกงกินได้แม้กระทั่งจอบเสียม พอได้เข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้งครั้งใด พวกนักการเมืองก็จะอ่อนน้อมให้ความหวังและสัญญากับชาวบ้านเมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วพวกนี้ก็เปลียนเป็นถอนทุนคืนและกอบโกย

Recent posts

error: Content is protected !!