บางกอกแต่หนหลัง-เล่าเรื่องรถ, เรื่องเหล้าและรสรัก ตอน ๑๖ มนต์การเมือง-เสน่หาประชาธิปไตย


อาลิ้ม ณ โรงภาษี-บรรเลง

พรรคพวกแนว ๆ "เล่นการเมือง" เกลอเก่าเกลอแก่ช่วงนี้ดันเห็นคุณค่าของชาวบ้านตาดำ ๆ ชวนชักให้ไปช่วยหาเสียงกันตรึม โดยเฉพาะหัวคะแนนฐานเสียงของพรรคการเมืองหญ่ายยยยทั้งหลายวิ่งโร่มาถึงกระไดเรือนเลยเทียว ต่างกับก่อนหน้านี้หายหัวไปไหนกันหมดมิทราบได้ ด้วยเห็นคุณค่าตีราคา "เสียงประชาชน" เป็นเงินเป็นทองด้วยหัวหน้าพรรคตบรางวัลงาม ๆ หากว่าที่ ส.ส. ท่านใดทำคะแนนเสียงได้มาก

บรรดาคนทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองลดตัวลงมาซดเหล้าขาวกันเพียบแปร้ คลุกคลีดินติด (ซะเหลือเกิ้น) ด้วยภรรเมียสั่งการอยู่หลังบ้าน

"ช่วงนี้ออกงานบ้าน ๆ เว้นวรรคงานหรูสักพักนะตะเอ็ง"

ด้วยเห็นค่าราคาของเสียงประชาชนว่าล้ำลึกหนักข้อเอาการ หากไม่สำเร็จตามวาดหวัง ค่อยว่ากันอีกที ไม่ว่าจะยกหีบเลือกตั้งจากจวน อันนั้นค่อยว่ากันหลังเลือกตั้งเสร็จ หรือจากหลาย ๆ แหล่ง เอานะ ! เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ สำหรับคอการเมืองพันธ์แท้แลพันธ์ทางทั้งหลาย

วกเข้าเรื่องว่าที่ ส.ส. ทั้งหลายยื่นใบสมัครครั้งคราจะมีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของสยามเมืองยิ้ม

น้องนุ่งหลากรายลงสมัครกันเป็นทิวแถวด้วยหลายเหตุ บ้างเพราะสนุกตามเพื่อน, บ้างก็ภรรเมียสั่ง, บ้างก็วาดฝันสุดเลิศแลบ้างก็รับทรัพย์มาถองของมึนเมาและบ้างก็เอามันส์

แต่มีบางรายนะจะบอกให้ไว้ซะด้วย...คิดการณ์ใหญ่จะทำดี เอาเป็นว่าจะสร้างชาติให้ก้าวไกลสุดกู่โกอินเตอร์เทียบชั้นประเทศมหาอำนาจระดับแถวหน้าของโลกเลยล่ะ ว่าง้านเถอะ

"เอ็งคิดจะทำดีด้วยการลง ส.ส. รึ แล้วเอ็งคิดว่าบ้านเมืองนี้คิดดี จะทำได้รึ?"

"เอ็งรู้มั่งมั๊ย...บ้านเกิดเมืองนอนของเอ็งนี่อะนะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาบ้านไหนเมืองไหนเสมอเหมือนมิได้...นะ"

"หากเอ็งทำแนว ๆ ผักชีโรยหน้า คงไม่ยากส์"

ระดับปรมาจารย์ อาทิ โสกราตีสยังมึนตีบ, ส่วนอริสโตเติลเป็นละงง, เพลโตที่ว่าแน่ ๆ ล่อเอาอึ้งกิมกี่ ละไว้เท่านี้สำหรับปราชญ์เขื่องต้นแบบเจ้าลัทธิทางการเมืองยุคโบราณ

ว่าจะวางไว้ที่ "เหนือกาลเวลา" มายาวนานและ "เหนือการเมือง" แต่ก็ดันอดไม่ไหวแม้จะไม่หวาดทั้งการเมืองและการมุ้งที่ตีกันยุ่งอีลุงตุงนัง.

ย้อนให้หวนคำนึงถึง "พรรคกระยาจก" ร้านรวงร้านเหล้าแหล่งบันเทิงขี้มาวแนวต้นกำเนิดสไตล์เพื่อชีวิตต้นแบบ ตั้งฐานถิ่นริมกำแพงวัดพระศรีมหาธาตุ วรวิหาร บางเขนนั่นล่ะ เคยแวะเวียนย่ำค่ำไปพอประมาณด้วยบรรยากาศเข้าทีในยุคสมัย 2000 อีกหนึ่งสตาร์ทอัพร้านเหล้าริมทาง

แตกต่างจาก "โสมทองคาเฟ่" ละแวกปิ่นเกล้าอีกหนึ่งตำนานเพลงยุค 60 วงโสมทอง บรรดาพี่ ๆ อย่าง ท่าน "กล ภาคสุวรรณ" สมญานาม "คลิป ริชาร์ด เมืองไทย" ตรงนี้ไว้ค่อยมาว่ากันยาว ๆ ในโอกาสหน้าแล้วกันด้วยเพระาพันผูกแลผูกพันหนักข้อพอควร

เอาเป็นว่าไม่ต้องบรรยายกันมากมาย "พรรคกระยาจก" ท้ายที่สุดเข้าตากรรมการ ในที่สุดกลายเป็นต้นกำเนิด "ตะวันแดง" ก่อนจะกลายพันธ์เป็น "โรงเบียร์เยอรมัน" ระบาดไปทั่วแผ่นดิน ละไว้เพียงเท่านี้ (อีกแล้ว)

เข้าเรื่องเข้าราวตามยุคสมัยช่วงเลือกตั้งแบบห้วน ๆ เลยแล้วกาน

อันว่าด้วยนโยบายของพรรคการเมืองทั้งหมายแหล่คงไม่บรรเจิดเท่านโยบายพรรคของเกลอเก่า ว่าแต่ว่าดีเจง ๆ หากทำสำเร็จ สยามเมืองยิ้มก้าวไกลกลายพันธ์เป็นประเทศมหาอำนาจต้องยอมสยบ...

นโยบายหลัก ๆ รวม ๆ คร่าว ๆ

1. ยกเลิกบัตรคนจน, ยกเลิกบัตรทอง, ยกเลิกบัตรสวัสดิการทั้งหมด...จัดออนไลน์ลูกเดียว ฟรีหมดทุกอย่าง อาทิ ใครป่วยเข้าโรงพยาบาลได้ทั่วโลก แถมมีค่ารถ+ค่าเครื่องบิน+ค่าเรือกลับบ้านรายละ 555 แสน (ออกแนว ๆ เป็นค่าขวัญถุง)

2. เบี้ยชราภาพ จาก 600 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 1,000,000 บาทต่อเดือน

3. ขึ้นเงินเดือนข้าราชการทุกกระทรวง สตาร์ทที่ 900,000 บาท

4. ยกเลิกเก็บภาษีทุกประเภท ตามด้วยยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม

5. สาธาณูปโภคทุกประเภท ฟรีๆๆๆ อาทิ รถเมล์ติดแอร์หมดทุกคันขึ้นฟรี, รถทัวร์ขึ้นฟรี, รถไฟฟาฟรี, รถไฟใต้ดินฟรี, ค่าทางด่วนฟรี, ค่าน้ำประปาฟรี, ค่าไฟฟ้าฟรี และค่าอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสุดฟรีแถมแจกมือถือ+แท็ปเล็ตทุกครัวเรือน ฯลฯ

6. เรียนฟรีจนจบด๊อกเตอร์ทุกมหาวิทยาลัยทั่วโลก

7. แจกรถยนต์+เติมน้ำมัน-เติมแก๊ส+บ้าน+คอนโดฟรี ครอบครัวละ 9 ชุด

8. ด้านการป้องกันประเทศสร้างระเบิดนิวเคลียร์ 1 โหล, โดรนเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ 2 โหล เพียงเท่านี้ก็เหลือเฟือ คงไม่มีประเทศไหนกล้าหือ

9. ร้านเหล้า, คาเฟ่, คาราโอเกะ แลช๊อปปิ้งทุกห้างหรู รวมทั้ง Lotus, 7-11 ฟรีทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังแถมเหล้าอาทิตย์ละ 2 ลัง, เบียร์ 5 ลังพร้อมกับแกล้มไม่อั้น ส่วนกัญชาค่อยว่ากันหลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าน่าจะอนุมัติสไตล์ไทย ๆ ได้ไม่ยากเย็นแสนเข็ญซะเท่าไหร่

นโยบายของพรรคพวกช่างบรรเจิดเลิศหรูสุดติ่งแท้หนอ...โอเค. มั๊ย

นโยบายเพียงแค่ 9 ข้อ ยังมีอีก 9999 ราวเรื่อง ไว้มีโอกาสจะเอามาให้อ่านกันเพลิดเพลินเจริญใจ คาดว่ามีเพียงพรรคเดียวในจักรวาลนี้เท่านั้น พรรคที่ว่านี้รับประกันทำได้แน่นอน...

การเมืองฤาการมุ้ง โบร่ำโบราณเค๊าว่ากันไว้ว่า

"ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร"

"ศัตรูของศัตรูคือมิตร"

ช่วงโค้งสุดท้ายบรรดาลิ่วล้อต่างมุ่งทำลายป้ายหาเสียงกันเป็นขบวน ด้วยคิดได้เพียงเท่านี้เอง.

นักการเมืองหลายรายผันตัวไปตั้งพรรค Party Party ด้วยรู้เท่ารู้ทันเกมส์การมุ้งแลการเมือง กว่าจะรู้เล่นเอาเกือบสายซะแล้ว

ลากตั้งครั้งล่าสุดควรจะเปิดโอกาสให้ดาวตลกมาเป็นนายกสักราย ชาวบ้านชาวช่องจะได้คึกครื้นแลครื้นเครงกันบ้าง น่าจะดีที่สุดในโลกทีเดียวเชียว สยามเมืองยิ้มจะได้ยิ้มแก้มปริซะที (หรือจะสองทีก็ไม่หวั่น...ว่ามะ)

ได้ที่อีกแล้ว หัวคะแนนกริ๊งกร๋างมาหลายเจ้าเต็มที ได้เวลาพอดิบพอดี...ท่านเอ่ยว่าได้งบประชาสัมพันธ์มา พรรคไหนจ่ายหนักกว่าไปสมทบพรรคนั้นล่ะ

ช่วงนี้บรรดาแหล่งบันเทิงยันนวดอบอาบรับทรัพย์อื้อ! สถานที่แนวนี้บรรดาท่าน ส.ส. แล ร.ม.ต. เคยแย่งเด็กกันพัลวันจนเป็นข่าวใหญ่...มาแล้ว ส่วนเรื่องลับลมคมในด้านลึก เสี่ยชูวิทย์ รู้ลึกด้วยบรรดาเด็กในสังกัดเล่าขานให้ฟังเพลิน ๆ หลังจากรับทิปหนัก ๆ แล้วยังได้ฟังความลับของประเทศจากปากของ ส.ส. และ ร.ม.ต. ซะด้วย!!! อิอิ.

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วก็สอนมวยกันซะกะหน่อย

แนวๆ ปู่สอนลูกสอนหลานอะนะ

#ปู่จะสอนเจ้า

คบหากันด้วยเงิน หมดเงินก็ลืม

คบหากันด้วยผลประโยชน์ หมดประโยชน์ก็แยก

คบหากันด้วยอำนาจ หมดอำนาจก็หาย

คบหากันด้วยตำแหน่ง หมดตำแหน่งก็เมิน

คบหากันด้วยใจ แม้อีกคนสิ้นใจ อีกหลาย ๆ คนก็ยังระลึกถึง

ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นครู

เราทั้งนั้นลูก สอนให้เราได้เรียนรู้

บางคนดีใจหาย

บางคนร้ายจนน่าหวาดกลัว

บางคนทำดีไม่หวังผล

บางคนทำทุกอย่างต้องได้กลับคืน

บางคนทำเลวเพราะเผลอ

บางคนทำเลวอยู่เป็นนิจ

บางคนต่อหน้าดีลับหลังคบไม่ได้

บางคนเลวทั้งต่อหน้าและลับหลัง

เจอใครมาบ้างให้เก็บไว้เป็นบทเรียน

ประสบการณ์ที่ล่วงเลยมา อย่าให้ผ่านไปโดยที่เราไม่เก็บมาเตือนใจตน ว่าคนมีหลากหลายรูปแบบ เราจะเจอคนแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนแบบไหน!

เขาไม่ดี อย่าทำไม่ดีเลียนแบบเขา

เขาไม่ดี ให้เห็นโทษของการทำไม่ดีจากเขา

สอนตัวเอง บอกตัวเองได้

แยกแยะดีชั่วได้ ชีวิตจะไม่อับจนหนทางนะลูก

"รถก็เก่า เมียก็แก่ แย่ซิเรา เอ้า!!! มาวดีกว่า"

ไปล่ะ บ๊ะ บาย.

Recent posts

error: Content is protected !!