บางกอกแต่หนหลัง-เล่าเรื่องรถ, เรื่องเหล้าและรสรัก โดยโก๋ลายคราม ตอน ๑๗ ความเป็นมาของภาพได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ยุคสมัยสงครามเวียตนาม


อาลิ้ม ณ โรงภาษี-บรรเลง

ห่างหายกันไปหลายเพลา ด้วยตระเวณท่องยุทธจักรน้ำสีอำพัน กลับมาอีกครั้งก็ได้จังหวะย้อนรอยอดีตเนื่องในวันครบรอบ ๔๘ ปีของภาพเด็ดดวงยุคสงครามเวียตนาม เกี่ยวข้องกับผู้เขียนเอาการทีเดียว เนื่องด้วยยุคสงครามเวียตนามฐานทัพที่อเมริกาหอบอาวุธหนักมาตั้งฐานทัพในไทยเพียบ...แลขนอาวุธทั้งหนักเบาผ่านทางท่าเรือคลองเตย ด้วยเหตุมีที่พักอาศัยละแวกกรมศุลกากรนั่นเอง เลยได้เบิ่งกันเต็มตา ไม่ว่าจะเฮลิคอปเตอร์ยกปืนใหญ่จากเรือล่องอากาศไปยังฐานทัพต่างๆ ด้วยเหตุนี้เอง เลยต้องกล่าวถึงเรื่องราวดังกล่าว ขอเว้นวรรคเรื่องราวของบางกอกในอดีตสักพัก แล้วจะมาว่ากันต่อด้วยเรื่องมันยาวมากกกกกกก นะเจ๊จ๋าเจ๊ๆๆๆ

เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ ครบรอบ ๔๘ ปี ที่ภาพนี้ได้ปรากฏ ภาพนี้ถ่ายเมื่อ ๘ มิถุนายน ๒๕๑๕ เวลาบ่าย ในช่วงสงครามเวียดนาม

เมื่อเครื่องบินของเวียดนามใต้ (ที่ว่าเครื่องบินของเวียตนาม เนื่องเพราะยุทธศาสตร์แลยุทธภูมิ สหรัฐฯ กับเวียตนามใต้แบ่งเขตแบ่งการโจมตี) บินไปทิ้งระเบิด ”นาปาล์ม” ลงที่หมู่บ้านจ๋างบ่าง จังหวัดเต็ยนิญ เพราะมีรายงานว่า มีทหารเวียดกง มาซ่อนตัวอยู่ เด็กผู้หญิงในภาพ ชื่อ ฟาน ถิ กีม ฟุก อายุ ๙ ขวบ วิ่งออกมาจากกองไฟ ที่มีความร้อนสูงจากฤทธิ์ระเบิด พร้อมบาดแผลไฟไหม้กลางหลัง

ช่างภาพสำนักเอพี ชื่อ นิก อึ๊ต (Nick Ut) ชาวเวียดนาม ถ่ายไว้ หลังจากถ่ายภาพ นิด อึ๊ด ได้นำเด็กส่งโรงพยาบาล และได้แวะไปเยี่ยมเยียนตลอด ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ เมื่อภาพนี้เผยแพร่ มีผลกระทบเชิงลบ ต่อสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ที่ทุ่มเทสรรพกำลัง งบประมาณ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึงผลต่อเนื่อง ซึ่งเวียดนามใต้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา

จากภาพนี้สะท้อนถึงความไร้มนุษยธรรม ที่ต้องการฆ่าทหารเวียดกงไม่กี่คน แต่ทิ้งระเบิด จนเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ได้รับอันตราย อันผิดหลักสากล

จนกระทั่งในที่สุด สหรัฐอเมริกาต้องถอนตัวจากการรบ ไทยเองโดยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ได้ส่งทหารไทยไปร่วมรบ ในนาม ”กองพันจงอางศึก” และ ”กองพลเสือดำ” รวมถึงอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้สนามบิน และฐานทัพหลายแห่งในประเทศไทย

รายละเอียด อ่านได้จากบทความของ พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก และบทสัมภาษณ์ของ พันตรีพุทธินาถ พลพยุหเสนา บุตรของพระยาพหลพลพยุหเสนา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พ.ต.พุทธินาถรอดตายมาจากสงครามเวียดนาม

สมัยเด็กๆ เคยดูภาพยนตร์สงคราม ที่นำเอาเหตุการณ์จากสงครามโลกครั้งที่ ๒ มาสร้าง ตอนจบ เยอรมันแพ้ แต่พอมาดูภาพยนตร์ ”สงครามเวียดนาม” ดูแล้วไม่ได้นึกสนุก เพราะว่า ชาวเวียดนามมีลักษณะคล้ายคนไทยมาก ตอนนั้นกลัวว่า จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในบ้านเรา

ขณะนี้ ฟาน ถิ กีม ฟุก มีสัญชาติ แคนาดา เนื่องจากหลบหนี ขณะเดินทางต่อเครื่องบิน และลี้ภัยในแคนาดา เมื่อ ๒๕๕๕ ฟาน ถิ กีม ฟุก ได้พบกับ นิก อึ๊ด อีกครั้ง

ภาพ นิก อึ๊ด ขณะทำหน้าที่ ในเวียดนาม และภาพ ที่ทั้งสองพบกัน ในปี ๒๕๕๕

หมายเหตุ

ระเบิดนาปาล์มคือสารเหลวที่มีลักษณะข้นและหนืด เมื่อถูกหย่อนลงจากเครื่องบินทิ้งระเบิดให้ตกกระทบพื้นก็จะแตกกระจายออกเป็นวงกว้างและประกายไฟจะทำให้เกิดไฟลุกท่วมจนเผาไหม้ไปทั่ว น้ำมันจะเป็นตัวถ่วงไฟไม่ให้ดับลงไปง่ายๆ สิ่งที่ทำให้ระเบิดนาปาล์มแตกต่างจากระเบิดชนิดอื่นๆ ก็คือพลังในการทำลาย ระเบิดทั่วๆ ไปจะใช้ "แรงอัด" เป็นตัวทำลายเป้าหมาย แต่ทว่าระเบิดนาปาล์มนั้นจะใช้ความร้อนที่เกิดจากไฟเป็นตัวทำลายเป้าหมาย ความร้อนจากระเบิดนาปาล์มนั้นสูงถึง 2,000 องศาเซลเซียส

ซึ่งว่ากันว่าระเบิดที่เล่นงานเป้าหมายด้วยความร้อนนั้นมีอานุภาพการทำลายล้างที่มากกว่าระเบิดที่ใช้แรงอัดซะอีก โดยการหลบแรงอัดของระเบิดวิธีหลบก็คือการมุดลงไปในบังเกอร์แต่ถ้าเป็นระเบิดที่ใช้ความร้อน ความร้อนที่แผ่ออกมาก็สามารถที่จะไหลไปตามซอกหลืบภายในรัศมีทำลายได้ เป้าหมายที่เป็นสิ่งมีชีวิตจะถูกความร้อนที่แผ่ออกมาทำลายผิวหนังและลึกลงไปถึงกระดูกเลยทีเดียว

Recent posts

error: Content is protected !!