เปิดตัว MINI Cooper SE รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก เคาะราคาที่ 2.29 ล้านบาท จำกัดเพียง 25 คัน


ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ที่ได้มีการเปิดตัว “มินิ คูเปอร์ เอสอี” รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเร็วกว่าแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นดังกล่าวถึง 3 ปี เนื่องด้วยผลการตอบรับด้านยอดขายรถยนต์ในกลุ่ม ปลั๊ก–อิน ไฮบริด มียอดจำหน่ายสะสมสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก

MINI Cooper SE รุ่นที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยจะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 32.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร มีกำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร

MINI ประเทศไทยเปิดรับจองพร้อมกันทางออนไลน์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 14:14 น. ทางเว็บไซต์ minionlinesales.com และรับรถช่วงกลางปีนี้

มินิ ประเทศไทย ได้เปิดราคาจำหน่ายของ มินิ คูเปอร์ เอสอี ไว้ที่ 2,290,000 บาท รวมโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard ครอบคลุมการบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. และ การรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ส่วนแบตเตอรี่รับประกันนาน 8 ปี หรือ 100,000 กม.

การชาร์จที่สถานีชาร์จด่วน 50 กิโลวัตต์ ใช้เวลา 35 นาทีชาร์จได้ 80% ตู้ชาร์จบ้านขนาด 7.4 กิโลวัตต์เวลา 3.2 ชั่วโมงได้ 80% หรือ 4.2 ชั่วโมงในการชาร์จจนเต็ม 100% และตู้ชาร์จขนาด 11 กิโลวัตต์ที่ชาร์จจนเต็ม 100% ได้ภายใน 3.5 ชั่วโมง ปลั๊กไฟบ้านปกติ 12 ชั่วโมงในการชาร์จจนเต็ม

มินิ คูเปอร์ เอสอี สืบทอดตำนานความคลาสสิคตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู (Hatch) ผสมผสานกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน–เมตร สามารถทำความเร็วได้จาก 0-60 กม./ชม. ด้วยระยะเวลา 3.9 วินาที และ สามารถทำความเร็วได้จาก 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลา 7.3 วินาที โดยมีระยะทางวิ่งได้สูงสุด 217 กม. ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 150 กม./ชม.

แบตเตอรี่ใน มินิ คูเปอร์ เอสอี รองรับสายชาร์จทั้งแบบมาตรฐานและสายชาร์จจาก MINI ELECTRIC Wallbox ที่รองรับกำลังไฟได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ ชาร์จถึง 80% ภายใน 2.5 ชั่วโมง และชาร์จเต็ม 100% ภายใน 3.5 ชั่วโมง และหากชาร์จจากสถานีที่เป็นหัวชาร์จแบบ DC fast-charging จะช่วยให้สำรองพลังงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมินิ คูเปอร์ เอสอี ได้รับการออกแบบมาให้รองรับพลังงานในการชาร์จได้สูงสุด 50 กิโลวัตต์ ชาร์จได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ภายในเพียง 36 นาที

นายปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัว มินิ คูเปอร์ เอสอี ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ที่เห็นผลการตอบรับของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานทางเลือก อย่าง ปลั๊ก–อิน ไฮบริด ของ บีเอ็มดับเบิลยู จึงได้มีการสนับสนุนด้านราคาจำหน่ายให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยได้นำเข้าจากประเทศอังกฤษ ซึ่งจะสามารถส่งมอบได้ในช่วง กลางปี 2563 พร้อมกันนี้ การบริการหลังการขายปัจจุบันได้มีผู้แทนจำหน่าย 2 รายได้แก่ มิลเลนเนียม ออโต้ และ เยอรมัน ออโต้ ซึ่งได้รับรองการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ มินิ พลังงานไฟฟ้า

สำหรับแผนในอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศจีน ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์กำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2566 โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเข้ามาจากประเทศจีน เนื่องจากได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 0%

Recent posts

error: Content is protected !!