เอ็มจีลุยตลาด e-MPV 7 ที่นั่ง ส่ง NEW MG MAXUS 7 ราคา 1.769 ล้านบาท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวสมัยใหม่ พร้อมทยอยส่งมอบปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป


กรุงเทพฯ – 14 มิถุนายน 2567 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำภาพผู้นำตลาดอีวี เดินหน้านำเสนอประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้คนไทย เผยราคาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ
NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่คงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถในตระกูล MG MAXUS กับความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ มุ่งตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ที่มองหารถที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรองรับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกครอบครัว ทุกเจนเนอเรชั่น แตกต่างด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานสากลรอบคัน โดยมี ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 1,769,000 บาท พิเศษ! กับเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญ มูลค่ากว่า 120,000 บาท พร้อมทยอยส่งมอบรถถึงมือลูกค้าปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

ประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ กับความสุขที่ลงตัวของครอบครัว ด้วย รถ e-MPV ไซส์กลาง NEW MG MAXUS 7 เอ็มจี ต่อยอดความสำเร็จของรถตระกูล MG MAXUS สู่ NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง ที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทั้งดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นแฝงความเรียบหรูอันมีเอกลักษณ์ ทั้งกระจังหน้าใหม่ แบบ Grille less Design ประตูสไลด์ด้านข้างด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบ One Touch ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Double Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง สามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ สำหรับเบาะนั่งแถวที่สองเป็นแบบ Captain Seat ปรับแบบแมนนวล ที่ถูกออกแบบให้โอบรับกระชับทุกสรีระ มาพร้อมฟังก์ชันที่มอบความสะดวกสบายอย่างครบครัน ทั้งจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android และช่องเชื่อมต่อ USB ให้เสียงรอบด้านด้วยลำโพงมากถึง 8 จุด เพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนด้านหน้าและหลัง และระบบกรองอากาศ PM 2.5

นอกจากนี้ NEW MG MAXUS 7 ยังคงความโดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน จัดวางแบบ Cell-To-Pack ขนาดความจุ 90 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 570 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ช่วยในการป้องกันน้ำและฝุ่น พร้อมรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kWh โดยชาร์จไฟจาก 30% – 80% ใช้เวลาเพียง 30 นาที และการชาร์จแบบธรรมดา รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh โดยชาร์จไฟ จาก 5% -100% ในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ ยังสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานได้ด้วยระบบ V2L โดยสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ถึงระดับ 6.6 kW โดยสามาถชาร์จรถอีวีคันอื่นได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADAS รวมมากถึง 25 ระบบ ได้รับมาตรฐาน 5 ดาว ทั้ง Euro NCAP และ ANCAP

NEW MG MAXUS 7 นับเป็นรถ e-MPV ไซส์กลาง โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) มาพร้อมสีภายในดูเรียบหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล ทั้งยังมีสีพิเศษอย่าง สีเขียว (Emerald Green) มาพร้อมสีภายในโทนสีขาว และสีพิเศษทูโทนเทาหลังคาดำ (Grey/Black) เพิ่ม 20,000 บาท จัดจำหน่ายในราคาที่เน้นให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเพียง 1,769,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษมูลค่ากว่า 120,000 บาท ดังนี้

  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด มูลค่า 42,057 บาท
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER มูลค่า 18,692 บาท
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) จำนวน 1 ชุด มูลค่า 10,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • พิเศษ! ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการรถ Limousine Service กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอด 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี ได้เล็งเห็นถึงโอกาสผนวกกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เราจึงได้เพิ่ม “ตัวเลือกที่ลงตัว” อย่าง NEW MG MAXUS 7 เข้าสู่ตลาดอีวีไทย โดยได้เผยโฉมสู่สาธารณชนครั้งแรก
ในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีผู้ให้ความสนใจจองรถรุ่นนี้ล่วงหน้ากว่า 300 คัน
โดยเป้าหมายของรถรุ่นนี้ เอ็มจี ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม มากที่สุดกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลากหลายเจนเนอเรชั่นเพื่อให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีคุณค่า ด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดย เอ็มจี มีรถเตรียมส่งมอบ 1,500 คันภายในปีนี้ โดยเริ่มทยอย ส่งมอบในปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานรถอีวี ด้วยสถานี MG SUPER CHARGE STATION ซึ่งปัจจุบัน เปิดให้บริการแล้วกว่า 147 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงขยายศูนย์บริการ 150 แห่งทั่วประเทศให้สามารถรองรับบริการรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้า เอ็มจี เพื่อให้คนไทยอุ่นใจในการใช้รถอีวีได้ในทุกพื้นที่”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

Hashtag #MG #MGThailand #MGMaxus #MGCarsTH #PassionDrives #NEWMGMaxus7

เกี่ยวกับเอ็มจี

เอ็มจี ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1924 โดยชื่อ MG นั้นย่อมาจาก Morris Garages เอ็มจีนับว่าเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นตลอดระยะเวลา 100 ปี ที่ผ่านมา ปัจจุบันแบรนด์ เอ็มจี อยู่ภายใต้การดูแลของ เอสเอไอซี โดย เอ็มจี มีศูนย์กลางทางด้านการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานและการออกแบบด้านเทคนิค ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์อังกฤษที่ใช้เทคโนโลยี ด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับยุโรป โดยได้รับการสนับสนุนจาก เอสเอไอซี ทั้งในเรื่องการจัดหาวัสดุจากทั่วโลก รวมถึงการจัดการด้านซัพพลายเชนเกี่ยวกับส่วนประกอบของรถยนต์ ตลอดจนการจัดการด้านการควบคุมคุณภาพ รวมถึงบริการด้านอื่นๆ เอ็มจี เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากรถยนต์ 2 ที่นั่งรุ่น MGB Roadster ที่เปิดตัวออกมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1962 ในวันนี้ เอ็มจีผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อการจัดจำหน่าย ไปทั่วโลก

เกี่ยวกับเอ็มจี ประเทศไทย

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 เพื่อกำกับดูแลงานด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย และกำกับดูแลเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของ เอ็มจี ทั้งที่เป็นบริษัทร่วมทุน และที่เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และเอสเอไอซี ทั้งนี้ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอสเอไอซี มอเตอร์) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์น ซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี

กรุงเทพฯ – 14 มิถุนายน 2567 - บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำภาพผู้นำตลาดอีวี เดินหน้านำเสนอประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้คนไทย เผยราคาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ
NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่คงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถในตระกูล MG MAXUS กับความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ มุ่งตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ที่มองหารถที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรองรับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกครอบครัว ทุกเจนเนอเรชั่น แตกต่างด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานสากลรอบคัน โดยมี ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 1,769,000 บาท พิเศษ! กับเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญ มูลค่ากว่า 120,000 บาท พร้อมทยอยส่งมอบรถถึงมือลูกค้าปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

ประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ กับความสุขที่ลงตัวของครอบครัว ด้วย รถ e-MPV ไซส์กลาง NEW MG MAXUS 7 เอ็มจี ต่อยอดความสำเร็จของรถตระกูล MG MAXUS สู่ NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง ที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทั้งดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นแฝงความเรียบหรูอันมีเอกลักษณ์ ทั้งกระจังหน้าใหม่ แบบ Grille less Design ประตูสไลด์ด้านข้างด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบ One Touch ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Double Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง สามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ สำหรับเบาะนั่งแถวที่สองเป็นแบบ Captain Seat ปรับแบบแมนนวล ที่ถูกออกแบบให้โอบรับกระชับทุกสรีระ มาพร้อมฟังก์ชันที่มอบความสะดวกสบายอย่างครบครัน ทั้งจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android และช่องเชื่อมต่อ USB ให้เสียงรอบด้านด้วยลำโพงมากถึง 8 จุด เพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนด้านหน้าและหลัง และระบบกรองอากาศ PM 2.5

นอกจากนี้ NEW MG MAXUS 7 ยังคงความโดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน จัดวางแบบ Cell-To-Pack ขนาดความจุ 90 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 570 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ช่วยในการป้องกันน้ำและฝุ่น พร้อมรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kWh โดยชาร์จไฟจาก 30% - 80% ใช้เวลาเพียง 30 นาที และการชาร์จแบบธรรมดา รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh โดยชาร์จไฟ จาก 5% -100% ในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ ยังสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานได้ด้วยระบบ V2L โดยสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ถึงระดับ 6.6 kW โดยสามาถชาร์จรถอีวีคันอื่นได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADAS รวมมากถึง 25 ระบบ ได้รับมาตรฐาน 5 ดาว ทั้ง Euro NCAP และ ANCAP

NEW MG MAXUS 7 นับเป็นรถ e-MPV ไซส์กลาง โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) มาพร้อมสีภายในดูเรียบหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล ทั้งยังมีสีพิเศษอย่าง สีเขียว (Emerald Green) มาพร้อมสีภายในโทนสีขาว และสีพิเศษทูโทนเทาหลังคาดำ (Grey/Black) เพิ่ม 20,000 บาท จัดจำหน่ายในราคาที่เน้นให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเพียง 1,769,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษมูลค่ากว่า 120,000 บาท ดังนี้

  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด มูลค่า 42,057 บาท
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER มูลค่า 18,692 บาท
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) จำนวน 1 ชุด มูลค่า 10,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • พิเศษ! ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการรถ Limousine Service กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอด 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี ได้เล็งเห็นถึงโอกาสผนวกกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เราจึงได้เพิ่ม “ตัวเลือกที่ลงตัว” อย่าง NEW MG MAXUS 7 เข้าสู่ตลาดอีวีไทย โดยได้เผยโฉมสู่สาธารณชนครั้งแรก
ในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีผู้ให้ความสนใจจองรถรุ่นนี้ล่วงหน้ากว่า 300 คัน
โดยเป้าหมายของรถรุ่นนี้ เอ็มจี ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม มากที่สุดกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลากหลายเจนเนอเรชั่นเพื่อให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีคุณค่า ด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดย เอ็มจี มีรถเตรียมส่งมอบ 1,500 คันภายในปีนี้ โดยเริ่มทยอย ส่งมอบในปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานรถอีวี ด้วยสถานี MG SUPER CHARGE STATION ซึ่งปัจจุบัน เปิดให้บริการแล้วกว่า 147 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงขยายศูนย์บริการ 150 แห่งทั่วประเทศให้สามารถรองรับบริการรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้า เอ็มจี เพื่อให้คนไทยอุ่นใจในการใช้รถอีวีได้ในทุกพื้นที่”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

Hashtag #MG #MGThailand #MGMaxus #MGCarsTH #PassionDrives #NEWMGMaxus7

เกี่ยวกับเอ็มจี

เอ็มจี ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1924 โดยชื่อ MG นั้นย่อมาจาก Morris Garages เอ็มจีนับว่าเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นตลอดระยะเวลา 100 ปี ที่ผ่านมา ปัจจุบันแบรนด์ เอ็มจี อยู่ภายใต้การดูแลของ เอสเอไอซี โดย เอ็มจี มีศูนย์กลางทางด้านการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานและการออกแบบด้านเทคนิค ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์อังกฤษที่ใช้เทคโนโลยี ด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับยุโรป โดยได้รับการสนับสนุนจาก เอสเอไอซี ทั้งในเรื่องการจัดหาวัสดุจากทั่วโลก รวมถึงการจัดการด้านซัพพลายเชนเกี่ยวกับส่วนประกอบของรถยนต์ ตลอดจนการจัดการด้านการควบคุมคุณภาพ รวมถึงบริการด้านอื่นๆ เอ็มจี เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากรถยนต์ 2 ที่นั่งรุ่น MGB Roadster ที่เปิดตัวออกมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1962 ในวันนี้ เอ็มจีผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อการจัดจำหน่าย ไปทั่วโลก

เกี่ยวกับเอ็มจี ประเทศไทย

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 เพื่อกำกับดูแลงานด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย และกำกับดูแลเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของ เอ็มจี ทั้งที่เป็นบริษัทร่วมทุน และที่เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และเอสเอไอซี ทั้งนี้ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอสเอไอซี มอเตอร์) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์น ซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี

etetewtgae

Top Rated

error: Content is protected !!