“แข่งขันกับความเปลี่ยนแปลง”


ถ้าถามว่าในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้าโลกของเราจะเป็นอย่างไร ก็คงเหมือนกับการย้อนกลับไปถามตัวเราเองเมื่อ 10 ปีที่แล้วว่าเราจินตนาการเพื่อเตรียมตัวกับโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างไร มันไม่ยากและไม่ง่ายที่จะทำความเข้าใจ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เราสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้จากข้อมูลที่สามารถคาดการณ์อนาคตได้คร่าวๆ จากเหตุปัจจัยในปัจจุบันว่าโลกของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3 กระแสใหญ่ ได้แก่

1. กระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) ทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกบางลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนสามารถเดินทางจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศ ได้อย่างง่ายดาย ทำให้การเคลื่อนย้ายคนและเงินทุน ทำได้เพียงปลายนิ้ว

2. กระแสการพัฒนาเทคโนโลยี (Big Bang of Technology) มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด การประมวลผลของคอมพิวเตอร์จะดีขึ้นสองเท่าในทุก 2 ปี โดยการเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะทำให้อารยธรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

3. กระแสของเงินทุนเป็นใหญ่ (Financialization) ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นแกนกลางการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ และสังคม เครือข่ายอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของคนยุคนี้ และเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Internet of Things ที่ทุกอยากจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบกลางที่เรียกว่า Cloud

กระแสหลักที่ได้กล่าวมาได้สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิถีการดำรงชีวิต ทำให้โลก สมัยใหม่ เกิดความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น เมื่อมองกลับมาที่โลกแห่งความเป็นจริง สิ่งที่เราต้องแข่งขันนั้น อาจไม่ใช่คู่แข่งอีกต่อไป แต่กลับมาแข่งขันกับตนเองที่จะเอาชนะความเปลี่ยนแปลงในโลกสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องการเตรียมตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องล้มเลิกสิ่งเดิมๆ ที่ทำไปเสียทุกอย่าง

การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันรวมทั้งกระบวนการทางธุรกิจถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่ามันอาจไม่ได้ส่งผลลัพธ์ที่เราต้องการหากองค์กรไร้ซึ่งการพัฒนาทีมงานไปพร้อมกัน นอกจากนี้ เราอาจกล่าวได้ว่าการแข่งขันไม่สำคัญเท่ากับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง หมายความได้ว่าถ้าไม่เริ่มวันนี้ก็อาจไม่มีวันหน้าที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ต้องขยับให้แรงและเร็วเพื่อก้าวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนไปของสภาพแวดล้อมรอบตัว

Recent posts

error: Content is protected !!