โรงงานรีไซเคิลยางล้อแห่งแรกในโลกของ ‘มิชลิน’ เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว


(ภาพบนจอ จากล่างขวาวนตามเข็มนาฬิกา)

1. อัลฟ์ บลอมควิสท์ (Alf Blomqvist) ประธานคณะกรรมการบริหารของเอ็นไวโร

2. นิน่า แม็คเฟอร์สัน (Nina Macpherson) กรรมการบริหารของเอ็นไวโร

3. ธอมัส เซอเรนสัน (Thomas Sörensson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็นไวโร

4. เออร์เบิน ฟอลเคอร์ (Urban Folcker) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของเอ็นไวโร

(ภาพนั่งโต๊ะ จากซ้ายไปขวา)

1. แซนเดอร์ เวอร์มิวเลน (Sander Vermeulen) รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด กลยุทธ์ และ ธุรกิจใหม่ด้านวัสดุไฮเทคของกลุ่มมิชลิน

2. โนเอมี แอสเซนาท (Noémie Assenat) รองประธานและผู้อำนวยการ กลุ่มงานด้านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการของกลุ่มมิชลิน

3. โซเนีย อาร์ติเนียน-เฟรดู (Sonia Artinian-Fredou) รองประธานบริหารด้านวัสดุไฮเทค และกรรมการบริหารกลุ่มมิชลิน

-โรงงานรีไซเคิลยางล้อแห่งแรกของมิชลิน เกิดจากการร่วมทุน*กับ ‘เอ็นไวโร’ (Enviro) บริษัทสัญชาติสวีเดน

-โรงงานแห่งนี้ถือเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าทางอุตสาหกรรมซึ่งมุ่งแปรรูปทุกส่วนของยางล้อที่สิ้นอายุการใช้งานแล้วเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ การก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินที่จะขยายธุรกิจด้านวัสดุที่มีความยั่งยืน

-โรงงานรีไซเคิลยางล้ออันทันสมัยของมิชลินตั้งอยู่ในประเทศชิลี

มิชลินได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานรีไซเคิลยางล้อแห่งแรกภายใต้ความร่วมมือกับ ‘เอ็นไวโร’ บริษัทสัญชาติสวีเดนซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ได้รับสิทธิบัตรในการนำคาร์บอนแบล็ค น้ำมัน เหล็กกล้า และก๊าซ จากยางที่สิ้นอายุใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่

โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอันโตฟากัสตา (Antofagasta) ของประเทศชิลี สามารถรีไซเคิลยางรถเหมืองได้สูงถึง 30,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 60 ของยางรถเหมืองจากทั่วประเทศที่ถูกนำมาบดให้เป็นเศษยางในแต่ละปี

การก่อสร้างที่เริ่มขึ้นในปี 2564 มีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมเริ่มเดินสายพานการผลิตในปี 2566 โดยการก่อสร้างจะใช้งบลงทุนมากกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ

โซลูชั่นในการรีไซเคิลครบวงจรซึ่งจะแปรรูปทุกส่วนของยางล้อเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

ด้วยกระบวนการรีไซเคิลนวัตกรรมใหม่ โรงงานรีไซเคิลที่ทันสมัยแห่งนี้จะสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเศษยางจะถูกเก็บรวบรวมจากพื้นที่ประกอบกิจการของลูกค้าโดยตรง จากนั้นจะถูกขนส่งไปยังโรงงานเพื่อตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปรีไซเคิล

* ก่อนที่ข้อตกลงต่างๆ ภายใต้การร่วมทุนจะมีผลบังคับใช้ ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ ‘เอ็นไวโรในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ หนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของเอ็นไวโรจะจัดพิมพ์แยกต่างหาก

เทคโนโลยีของเอ็นไวโร ซึ่งใช้ในการผลิตวัสดุใหม่ชนิดนำกลับมาใช้ซ้ำได้คุณภาพสูง อาทิ คาร์บอนแบล็ค, น้ำมันไพโรไลซิส (Pyrolysis Oil), ก๊าซ และเหล็กกล้า จะช่วยแปรรูปทุกส่วนของยางที่สิ้นอายุใช้งานแล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

ตามแผนงาน ณ ปัจจุบัน ร้อยละ 90 ของวัสดุที่ได้จากการรีไซเคิลจะถูกนำกลับมาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์จากยาง (Rubber-Based Products) หลากประเภท อาทิ ยางล้อ, สายพานลำเลียง และผลิตภัณฑ์กันสั่นสะเทือนต่างๆ ส่วนอีกร้อยละ 10 ที่เหลือโรงงานจะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าและความร้อนเพื่อใช้ภายในโรงงานเอง

โรงงานรีไซเคิลแห่งนี้จะช่วยให้มิชลินสามารถนำเสนอโซลูชั่นในการรีไซเคิลที่ครบวงจร เริ่มจากการจัดเก็บยางที่สิ้นอายุใช้งานแล้ว ไปจนถึงการนำวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ

แซนเดอร์ เวอร์มิวเลน (Sander Vermeulen) รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด กลยุทธ์ และธุรกิจใหม่ด้านวัสดุไฮเทค กล่าวว่า “ภายใต้การร่วมทุนกับเอ็นไวโร บริษัทฯรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ประกาศให้ทราบถึงการเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานรีไซเคิลแห่งแรกของกลุ่มมิชลิน นี่เป็นอีกก้าวแห่งความสำเร็จที่สำคัญยิ่งซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นด้านการรีไซเคิลที่ทันสมัยล่าสุดให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มมิชลิน ขณะนี้เรากำลังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ากลุ่มธุรกิจเหมืองสัญชาติชิลี 2-3 ราย เพื่อทำสัญญาระยะยาวร่วมกัน การนำเทคโนโลยีของเอ็นไวโรมาใช้ในสเกลขนาดใหญ่เช่นนี้เท่ากับเป็นการสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเอ็นไวโรและส่งเสริมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน”

ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินในการขยายธุรกิจด้านวัสดุที่มีความยั่งยืน

โรงงานรีไซเคิลยางล้อแห่งนี้สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มมิชลินที่ต้องการผลิตยางโดยใช้วัสดุที่มีความยั่งยืนในสัดส่วนมากขึ้นภายใต้แนวคิด VISION

ด้วยตระหนักดีว่าการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นและเป็นไปได้อย่างรวดเร็วนั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือในรูปแบบใหม่ ๆ กลุ่มมิชลินจึงวางจุดยืนในฐานะ “พลังแห่งความเป็นหนึ่ง” โดยมุ่งพัฒนาความร่วมมือรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการผนึกกำลังกับหน่วยงานด้านเทคโนโลยีต่างๆ ในหลากหลายสาขา

การร่วมพันธมิตรกับเอ็นไวโรเกิดขึ้นหลังจากที่มิชลินได้ดำเนินโครงการริเริ่มอื่นๆ และร่วมพันธมิตรกับผู้บุกเบิกด้านวัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่มีความยั่งยืนหลายราย โดยเป้าหมายของโครงการริเริ่มและการร่วมพันธมิตรส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อสร้างและพัฒนาระบบรีไซเคิลสำหรับยางล้อที่สิ้นอายุใช้งานแล้วและขยะพลาสติก

เกี่ยวกับมิชลิน

มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิทัลการจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 127,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 69 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 200 ล้านเส้นในปี 2562 คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

Recent posts

error: Content is protected !!