โอโมดา แอนด์ เจคู เผยยอดขายเดือนพฤษภาคมทะลุ 20,000 คันทั่วโลก


กรุงเทพฯ 4 กรกฎาคม 2567 – โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เผยตัวเลขยอดจำหน่ายประจำเดือนพฤษภาคม 2024 ของรถยนต์ OMODA & JAECOO จำนวน 20,512 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 12.8% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย JAECOO 7 รถยนต์ออฟโรดระดับไฮเอนด์ทะลุเป้าหมายเติบโตกว่า 84.9% สะท้อนสปิริตแห่งการผจญภัยสุดขั้วของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ Chery Group ยังทำยอดขายทะลุ 1.1 ล้านคัน ในครึ่งปีแรกของ 2024 ในเดือนมิถุนายนทำยอดขายไป 200,412 คัน พร้อมคว้ารางวัล 500 องค์กรของจีนที่เป็น “Brand Value” ที่ประเมินโดย Brand Finance ซึ่งพิจารณาจากดัชนีสัดส่วนมูลค่าแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ด้านความยั่งยืน ประกอบกับประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กร ด้วยมูลค่ากว่า 53,689 ล้านหยวน สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ในตลาดที่มีศักยภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง และการบริการหลังการขายผู้ขับขี่ทั่วโลก

ผู้นำรถยนต์แห่งอนาคตสู่เป้าหมายตลาดโลก
หลังจากการบุกตลาดและก่อสร้างโรงงานในยุโรปครั้งแรกที่ประเทศสเปน OMODA & JAECOO ยังคงขยายตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าร่วมงาน Madrid Auto Show ในสเปน และ Turin Auto Show และ Naples Auto Show ในอิตาลี เพื่อโชว์สมรรถนะรถยนต์สุดล้ำระดับโลก ในฐานะแบรนด์ที่เกิดใหม่จากการขยายฐานการผลิตในยุโรปด้วยมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การขึ้นแท่นเป็นแบรนด์ระดับโลก โดย OMODA & JAECOO มีแผนขยายไปยังอิตาลี โปแลนด์ และฮังการี นอกจากภูมิภาคยุโรปที่ถือเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับ OMODA & JAECOO ในเป้าหมายการขยายธุรกิจไปทั่วโลกแล้ว OMODA & JAECOO ยังได้รับการตอบรับอย่างดีโดยเฉพาะรถยนต์ JAECOO จากงาน Malaysia International Motor Show 2024 และในงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ในตุรกีที่ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการมาร่วมเป็นสักขีพยานการเริ่มต้นยุคแห่งออฟโรดพลังงานใหม่ของ JAECOO

อย่างไรก็ตาม OMODA & JAECOO ยังมุ่งดำเนินการวิจัยและวางแผนอย่างละเอียดในทุก ๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ การขายและบริการ การรับประกัน รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยในอนาคต OMODA & JAECOO มุ่งมั่นในหลักการการพัฒนาระยะยาวอย่างยั่งยืน และแนวคิด “In somewhere, for somewhere” เพื่อการเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการร่วมมือกับผู้ขับขี่ทั่วโลกเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมในยุคใหม่

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีคุณภาพระดับสากล
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์มาจากจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการผลิตที่มีคุณภาพ OMODA & JAECOO จึงไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากลด้วย “เป้าหมายระดับโลก การวิจัยและพัฒนาระดับโลก และโรงงานผลิตระดับโลก – Global Vision, Global R&D, and Global Manufacturing” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่หลากหลายทั่วโลก โดยแบรนด์ได้พัฒนาให้อยู่ระดับเดียวกับรถยนต์ระดับเฟิร์สคลาสจากนานาชาติ คุณภาพรถยนต์เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่สามารถใช้ขับขี่ได้ในทุกภูมิภาคทั้งยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่น ๆ
นอกจากนี้ OMODA & JAECOO มีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงลึกตามความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกซึ่งเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นปรับตัวตามแต่ละพื้นที่ให้ได้มาตรฐานระดับสากล อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยังคงอัปเดตประสิทธิภาพรถยนต์อยู่เสมอทั้ง OMODA C5, OMODA E5, JAECOO J7 และ JAECOO J8 และผ่านการทดสอบบนท้องถนนจริง โดยเฉพาะ OMODA C5 ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก E-NCAP ของยุโรป และมาตรฐานความปลอดภัย A-NCAP 5 ดาว ของออสเตรเลีย ที่ถือเป็นการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ระดับ 5 ดาวที่น่าเชื่อถือและเข้มงวดที่สุดสองรายการในโลก

ด้วยประสบการณ์การผลิตรถยนต์กว่า 20 ปีของ Chery Automobile บริษัทแม่และการสั่งสมองค์ความรู้ทางเทคนิคอย่างลึกซึ้ง OMODA & JAECOO จึงได้เปิดตัวเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชัน 3 ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ “ออฟโรด + พลังงานใหม่” ซึ่งรองรับการใช้งานในเครื่องยนต์ไฮบริด ระบบส่งกำลังไฮบริด และระบบจัดการแบตเตอรี่ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อบรรลุการจัดการประสิทธิภาพความร้อนของเครื่องยนต์ (Thermal Efficiency) กำลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric Drive Power) และมาตรฐานความปลอดภัย ถือเป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์พลังงานใหม่แบบออฟโรดโดยสิ้นเชิง OMODA & JAECOO ยังมุ่งเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ด้วยการใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชัน 3 เป็นไปตามมาตรฐานของรถยนต์พลังงานใหม่ ที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยรถยนต์คุณภาพสูงในตลาดยานยนต์ทั่วโลก

ในการขยายแบรนด์ในระดับโลก OMODA & JAECOO ยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นใจและความแข็งแกร่งในคุณภาพรถยนต์ทุกคัน เพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในยุโรปและทั่วโลกได้ในยุคพลังงานใหม่ และเมื่อเรามองไปในอนาคต OMODA & JAECOO เชื่อว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการพัฒนาที่รวดเร็วต่อไป ควบคู่กับการได้รับความชื่นชอบและยอมรับจากผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไป

สำหรับผู้ขับขี่ชาวไทย โอโมดา แอนด์ เจคู ได้เตรียมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV รถยนต์ออฟโรดไฟฟ้าพรีเมียม ในไตรมาส 3 นี้ ตามมาด้วยรถยนต์ JAECOO 7 PHEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จากแบรนด์ JAECOO พร้อมเตรียมเปิดศูนย์บริการมากกว่า 36 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

เกี่ยวกับ Chery
Chery Automobile Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน Chery มุ่งมั่นเสมอว่าจะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศจีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนายานยนต์ระดับโลกที่มีบุคลากรมากกว่า 5,500 คน และก่อตั้งเทคโนโลยีองค์รวมและระบบ R&D ของผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีนี้ Chery ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ เช่น Arrizo, Tiggo และแบรนด์ EXEED ระดับไฮเอนด์ โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 9.5 ล้านคัน

Chery เป็นที่รู้จักในชื่อ “Technological Chery” นับตั้งแต่การก่อตั้งเพื่อที่จะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีเป็นหลัก หลังจากกว่า 20 ปีที่ได้ศึกษาในด้านยานยนต์พลังงานใหม่ Chery ได้สร้างความเป็นผู้นำด้วยแพลตฟอร์มประกอบรถยนต์สี่แห่ง ระบบย่อยทั่วไปห้าระบบ และ 7 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ New Energy Vehicle Integration (การบูรณาการยานพาหนะพลังงานใหม่), Vehicle Control Technology (เทคโนโลยีการควบคุมยานพาหนะ), Battery Management and Battery System Design (การจัดการแบตเตอรี่และการออกแบบระบบแบตเตอรี่), PHEV System Design (การออกแบบระบบ PHEV), Lightweight Technology (เทคโนโลยีน้ำหนักเบา), Intelligent Interconnection Design (การออกแบบการเชื่อมต่อโครงข่ายอัจฉริยะ) และ Range Extension and Hydrogen Fuel Technology (เทคโนโลยีการขยายระยะและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน)
ในด้านการผลิตอัจฉริยะ Chery ได้เปิดตัวกลยุทธ์ “CHERY LION” โดยค่อยๆ ศึกษาถึงต้นแบบอัจฉริยะครบวงจรของการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และการบริการ ตลอดจนบรรลุการผลิตจำนวนมากและการเปิดตัว L2.5 เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ สำหรับการขยายตลาดทั่วโลก Chery เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ ชิ้นส่วน CKD เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ไปทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน Chery ดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลกครอบคลุม 80 ประเทศ และตั้งโรงงานในต่างประเทศ 10 แห่ง มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 1,500 แห่ง มีผู้ใช้เกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวน 1.95 ล้านคนนอกประเทศจีน นอกจากนี้ Chery ยังครองอันดับหนึ่งในด้านการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากประเทศจีนเป็นเวลา 20 ปีติดต่อกัน

กรุงเทพฯ 4 กรกฎาคม 2567 – โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เผยตัวเลขยอดจำหน่ายประจำเดือนพฤษภาคม 2024 ของรถยนต์ OMODA & JAECOO จำนวน 20,512 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 12.8% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย JAECOO 7 รถยนต์ออฟโรดระดับไฮเอนด์ทะลุเป้าหมายเติบโตกว่า 84.9% สะท้อนสปิริตแห่งการผจญภัยสุดขั้วของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ Chery Group ยังทำยอดขายทะลุ 1.1 ล้านคัน ในครึ่งปีแรกของ 2024 ในเดือนมิถุนายนทำยอดขายไป 200,412 คัน พร้อมคว้ารางวัล 500 องค์กรของจีนที่เป็น “Brand Value” ที่ประเมินโดย Brand Finance ซึ่งพิจารณาจากดัชนีสัดส่วนมูลค่าแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ด้านความยั่งยืน ประกอบกับประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กร ด้วยมูลค่ากว่า 53,689 ล้านหยวน สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ในตลาดที่มีศักยภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง และการบริการหลังการขายผู้ขับขี่ทั่วโลก

ผู้นำรถยนต์แห่งอนาคตสู่เป้าหมายตลาดโลก
หลังจากการบุกตลาดและก่อสร้างโรงงานในยุโรปครั้งแรกที่ประเทศสเปน OMODA & JAECOO ยังคงขยายตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าร่วมงาน Madrid Auto Show ในสเปน และ Turin Auto Show และ Naples Auto Show ในอิตาลี เพื่อโชว์สมรรถนะรถยนต์สุดล้ำระดับโลก ในฐานะแบรนด์ที่เกิดใหม่จากการขยายฐานการผลิตในยุโรปด้วยมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การขึ้นแท่นเป็นแบรนด์ระดับโลก โดย OMODA & JAECOO มีแผนขยายไปยังอิตาลี โปแลนด์ และฮังการี นอกจากภูมิภาคยุโรปที่ถือเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับ OMODA & JAECOO ในเป้าหมายการขยายธุรกิจไปทั่วโลกแล้ว OMODA & JAECOO ยังได้รับการตอบรับอย่างดีโดยเฉพาะรถยนต์ JAECOO จากงาน Malaysia International Motor Show 2024 และในงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ในตุรกีที่ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการมาร่วมเป็นสักขีพยานการเริ่มต้นยุคแห่งออฟโรดพลังงานใหม่ของ JAECOO

อย่างไรก็ตาม OMODA & JAECOO ยังมุ่งดำเนินการวิจัยและวางแผนอย่างละเอียดในทุก ๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ การขายและบริการ การรับประกัน รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยในอนาคต OMODA & JAECOO มุ่งมั่นในหลักการการพัฒนาระยะยาวอย่างยั่งยืน และแนวคิด “In somewhere, for somewhere” เพื่อการเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการร่วมมือกับผู้ขับขี่ทั่วโลกเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมในยุคใหม่

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีคุณภาพระดับสากล
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์มาจากจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการผลิตที่มีคุณภาพ OMODA & JAECOO จึงไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากลด้วย “เป้าหมายระดับโลก การวิจัยและพัฒนาระดับโลก และโรงงานผลิตระดับโลก - Global Vision, Global R&D, and Global Manufacturing” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่หลากหลายทั่วโลก โดยแบรนด์ได้พัฒนาให้อยู่ระดับเดียวกับรถยนต์ระดับเฟิร์สคลาสจากนานาชาติ คุณภาพรถยนต์เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่สามารถใช้ขับขี่ได้ในทุกภูมิภาคทั้งยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่น ๆ
นอกจากนี้ OMODA & JAECOO มีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงลึกตามความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกซึ่งเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นปรับตัวตามแต่ละพื้นที่ให้ได้มาตรฐานระดับสากล อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยังคงอัปเดตประสิทธิภาพรถยนต์อยู่เสมอทั้ง OMODA C5, OMODA E5, JAECOO J7 และ JAECOO J8 และผ่านการทดสอบบนท้องถนนจริง โดยเฉพาะ OMODA C5 ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก E-NCAP ของยุโรป และมาตรฐานความปลอดภัย A-NCAP 5 ดาว ของออสเตรเลีย ที่ถือเป็นการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ระดับ 5 ดาวที่น่าเชื่อถือและเข้มงวดที่สุดสองรายการในโลก

ด้วยประสบการณ์การผลิตรถยนต์กว่า 20 ปีของ Chery Automobile บริษัทแม่และการสั่งสมองค์ความรู้ทางเทคนิคอย่างลึกซึ้ง OMODA & JAECOO จึงได้เปิดตัวเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชัน 3 ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ “ออฟโรด + พลังงานใหม่” ซึ่งรองรับการใช้งานในเครื่องยนต์ไฮบริด ระบบส่งกำลังไฮบริด และระบบจัดการแบตเตอรี่ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อบรรลุการจัดการประสิทธิภาพความร้อนของเครื่องยนต์ (Thermal Efficiency) กำลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric Drive Power) และมาตรฐานความปลอดภัย ถือเป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์พลังงานใหม่แบบออฟโรดโดยสิ้นเชิง OMODA & JAECOO ยังมุ่งเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ด้วยการใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชัน 3 เป็นไปตามมาตรฐานของรถยนต์พลังงานใหม่ ที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยรถยนต์คุณภาพสูงในตลาดยานยนต์ทั่วโลก

ในการขยายแบรนด์ในระดับโลก OMODA & JAECOO ยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นใจและความแข็งแกร่งในคุณภาพรถยนต์ทุกคัน เพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในยุโรปและทั่วโลกได้ในยุคพลังงานใหม่ และเมื่อเรามองไปในอนาคต OMODA & JAECOO เชื่อว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการพัฒนาที่รวดเร็วต่อไป ควบคู่กับการได้รับความชื่นชอบและยอมรับจากผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไป

สำหรับผู้ขับขี่ชาวไทย โอโมดา แอนด์ เจคู ได้เตรียมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV รถยนต์ออฟโรดไฟฟ้าพรีเมียม ในไตรมาส 3 นี้ ตามมาด้วยรถยนต์ JAECOO 7 PHEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จากแบรนด์ JAECOO พร้อมเตรียมเปิดศูนย์บริการมากกว่า 36 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

เกี่ยวกับ Chery
Chery Automobile Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน Chery มุ่งมั่นเสมอว่าจะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศจีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนายานยนต์ระดับโลกที่มีบุคลากรมากกว่า 5,500 คน และก่อตั้งเทคโนโลยีองค์รวมและระบบ R&D ของผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีนี้ Chery ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ เช่น Arrizo, Tiggo และแบรนด์ EXEED ระดับไฮเอนด์ โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 9.5 ล้านคัน

Chery เป็นที่รู้จักในชื่อ “Technological Chery” นับตั้งแต่การก่อตั้งเพื่อที่จะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีเป็นหลัก หลังจากกว่า 20 ปีที่ได้ศึกษาในด้านยานยนต์พลังงานใหม่ Chery ได้สร้างความเป็นผู้นำด้วยแพลตฟอร์มประกอบรถยนต์สี่แห่ง ระบบย่อยทั่วไปห้าระบบ และ 7 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ New Energy Vehicle Integration (การบูรณาการยานพาหนะพลังงานใหม่), Vehicle Control Technology (เทคโนโลยีการควบคุมยานพาหนะ), Battery Management and Battery System Design (การจัดการแบตเตอรี่และการออกแบบระบบแบตเตอรี่), PHEV System Design (การออกแบบระบบ PHEV), Lightweight Technology (เทคโนโลยีน้ำหนักเบา), Intelligent Interconnection Design (การออกแบบการเชื่อมต่อโครงข่ายอัจฉริยะ) และ Range Extension and Hydrogen Fuel Technology (เทคโนโลยีการขยายระยะและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน)
ในด้านการผลิตอัจฉริยะ Chery ได้เปิดตัวกลยุทธ์ “CHERY LION” โดยค่อยๆ ศึกษาถึงต้นแบบอัจฉริยะครบวงจรของการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และการบริการ ตลอดจนบรรลุการผลิตจำนวนมากและการเปิดตัว L2.5 เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ สำหรับการขยายตลาดทั่วโลก Chery เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ ชิ้นส่วน CKD เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ไปทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน Chery ดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลกครอบคลุม 80 ประเทศ และตั้งโรงงานในต่างประเทศ 10 แห่ง มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 1,500 แห่ง มีผู้ใช้เกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวน 1.95 ล้านคนนอกประเทศจีน นอกจากนี้ Chery ยังครองอันดับหนึ่งในด้านการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากประเทศจีนเป็นเวลา 20 ปีติดต่อกัน

etetewtgae

Top Rated

error: Content is protected !!