30 องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ


30 องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง
วันที่ 29 มิถุนายน 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาต ให้เครือข่ายองค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, ,สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย,สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ , สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ,สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ,สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ,สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ,,เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคเหนือ ,เครือบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคใต้ ,เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคอีสาน ,เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคกลาง-ตะวันออก ,สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย ,สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ,สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ,สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ,ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ,ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ,ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยี ,ชมรมเพื่อเพื่อนช่างภาพสื่อมวลชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพ ว่า พวกเราในฐานะตัวแทนสื่อมวลชนไทย ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะการที่พระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฏหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเพิ่มโทษหมิ่นประมาท ด้วยโฆษณา หรือเพิ่มค่าเสียหายให้สูงกว่าเดิม ตามที่รัฐบาลสมัยนั้นเสนอในปี 2535 ซึ่งสื่อมวลชนทุกแขนง หากกระทำละเมิด จะต้องชดใช้ให้ผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาท อย่างต่ำ 4 ล้านบาท เมื่อไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย สภาและรัฐบาลขณะนั้นก็ไม่กล้ายืนยันใช้กฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ หากประกาศใช้กฏหมายฉบับนั้น จะกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวางการทำงานของสื่อ จะทำให้ไม่กล้าไปตรวจสอบใคร เนื่องจากหากพลาดพลั้งไป ต้องโดนโทษทั้งอาญาและแพ่งอย่างหนัก เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบของสื่อ คือประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้ ตลอดระยะการทรงราชย์ 70 ปี พระองค์มีพระราชประสงค์ให้ประชาชน อยู่ดีมีสุข และอยู่ได้อย่างยั่งยืนโดยถ้วนหน้า จึงทรงงานอย่างหนัก พวกเราทุกคนต่างน้อมนำพระบรมราโชวาทที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อสื่อมวลชนไทย ให้เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความเท็จ เป็นหลักจริยธรรมในการเป็นสื่อมวชนที่ดี และจะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน ด้วยการทำให้คนไทยด้วยกันเข้าใจประเทศไทย ร่วมกันพัฒนาชุมชนสังคมและประเทศชาติต่อไปให้ยั่งยืน

30 องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง วันที่ 29 มิถุนายน 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาต ให้เครือข่ายองค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, ,สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย,สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ , สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ,สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ,สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ,สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ,,เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคเหนือ ,เครือบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคใต้ ,เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคอีสาน ,เครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคกลาง-ตะวันออก ,สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย ,สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ,สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ,สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ,สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ,ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ,ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ,ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยี ,ชมรมเพื่อเพื่อนช่างภาพสื่อมวลชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพ ว่า พวกเราในฐานะตัวแทนสื่อมวลชนไทย ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสื่อมวลชนอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะการที่พระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฏหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเพิ่มโทษหมิ่นประมาท ด้วยโฆษณา หรือเพิ่มค่าเสียหายให้สูงกว่าเดิม ตามที่รัฐบาลสมัยนั้นเสนอในปี 2535 ซึ่งสื่อมวลชนทุกแขนง หากกระทำละเมิด จะต้องชดใช้ให้ผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาท อย่างต่ำ 4 ล้านบาท เมื่อไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย สภาและรัฐบาลขณะนั้นก็ไม่กล้ายืนยันใช้กฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ หากประกาศใช้กฏหมายฉบับนั้น จะกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวางการทำงานของสื่อ จะทำให้ไม่กล้าไปตรวจสอบใคร เนื่องจากหากพลาดพลั้งไป ต้องโดนโทษทั้งอาญาและแพ่งอย่างหนัก เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบของสื่อ คือประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้ ตลอดระยะการทรงราชย์ 70 ปี พระองค์มีพระราชประสงค์ให้ประชาชน อยู่ดีมีสุข และอยู่ได้อย่างยั่งยืนโดยถ้วนหน้า จึงทรงงานอย่างหนัก พวกเราทุกคนต่างน้อมนำพระบรมราโชวาทที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อสื่อมวลชนไทย ให้เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความเท็จ เป็นหลักจริยธรรมในการเป็นสื่อมวชนที่ดี และจะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน ด้วยการทำให้คนไทยด้วยกันเข้าใจประเทศไทย ร่วมกันพัฒนาชุมชนสังคมและประเทศชาติต่อไปให้ยั่งยืน

etetewtgae

Top Rated

error: Content is protected !!