ITALY-ดินแดนแห่งอารยธรรมทางใต้ของยุโรป (ตอนที่ 2)


By : C. Methas - Managing Editor

ประเทศอิตาลีมีพื้นที่ทั้งหมด 116,303 ตารางไมล์ และมีเกาะซาร์ดิเนียและซิซิลีด้วย พื้นที่ 57 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 21 เปอร์เซ็นต์เป็นป่า ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ประชากรประมาณ 58 ล้านคน เชื้อชาติ ส่วนใหญ่คืออิตาเลียน และมีชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอื่นๆ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย และแอลเบเนีย ภาษาราชการ อิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง

ศาสนาของอิตาลีส่วนใหญ่โรมันแคธอลิก ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้เสรีภาพทุกศาสนาอิตาลีรับรอง สถานะพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ.2000

ประเทศอิตาลีตั้งอยู่ในคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป อยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป โดยมีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ 75 เปอร์เซ็นต์ เป็นภูเขาและที่ราบสูง เป็นนครแห่งวัฒนธรรมและศูนย์กลางความเจริญด้านวิทยาการ ศิลปะ ศาสนา การเมืองการปกครอง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน โดยสภาพทั่วไปของอิตาลีเกือบทุกเมืองจึงเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม อากาศกำลังดีไม่ร้อนเกินไปและช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน

อิตาลีเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ เช่น วิหารพาเธนอน ลานจัตุรัสกลางเมือง นครวาติกัน รัฐอิสระ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโทเบอร์ ที่ประทับขององค์ประมุขคริสตจักรหรือสันตะปาปา หรือแวะอธิษฐานโยนเหรียญข้ามหัวลงบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เทรวี เมืองปอมเปอี เมืองโบราณซึ่งอดีตเคยมีความรุ่งเรือง ที่ถูกลาวาจากภูเขาไฟวิซูเวียสถล่ม เมืองฟลอเรนซ์ นครแห่งแฟชั่น หอเอนปิซ่า และท่องเที่ยวตามลำคลองกับเรือกอนโดล่า ที่เมืองเวนีซ เมืองท่าเรือ ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยนับร้อยเกาะ สภาพบ้านเมืองยุคกลาง

มิลาน นครที่มีมนต์เสน่ห์ของเสียงโอเปรา ที่ตั้งของโรงละคร และแกเลอรี่ศิลปะชื่อดัง ส่วนเมืองเวโรนาเป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรม ส่วนเกาะซิซิลี เป็นต้นกำเนิดมาเฟีย ก๊อดฟาเธอร์ โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบันในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน รวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน

อุตสาหกรรมหลักของโรมคือการท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางการธนาคาร การพิมพ์ การประกันภัย และแฟชั่น

ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 อิตาลีเป็นพันธมิตรกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี แต่กลับมาเข้าข้างฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงเกือบสิ้นสุดสงครามในปี ค.ศ.1915 จึงได้รับดินแดนบางส่วนของออสเตรียมาอยู่ใต้อิตาลี

ในปี ค.ศ. 1922 เบอร์นิโต้ มุสโสลินี ขึ้นมามีอำนาจกว่า 2 ทศวรรษ ทำให้ประเทศอิตาลีตกอยู่ใต้ระบอบ Fascism ซึ่งเรียกกันว่า “Corporate State” โดยยังมีกษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐเพียงในนาม

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อิตาลีเข้าข้างฝ่ายอักษะ แต่หลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเกาะซิซิลีได้ในปี ค.ศ.1943 มุสโสลินีถูกกษัตริย์ปลดจากตำแหน่ง นายพล Pietro Badaglio ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และอิตาลีหันไปประกาศสงครามกับเยอรมนี

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบกษัตริย์ถูกล้มเลิก และอิตาลีเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 แลประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 โดยปัจจุบันยังคงใช้รัฐธรรมนูญชุดนี้

Recent posts

error: Content is protected !!