Republic of Cuba: คิวบาหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน อเมริกากลาง


By : C. Methas - Managing Editor

Before the arrival of the Spanish, Cuba was inhabited by three distinct tribes of American Indian people. The Ta?no (an Arawak people), the Guanajatabey, and the Ciboney people.

The ancestors of the Ciboney migrated from the mainland of South America, with the earliest sites dated to 5,000 BP.

สาธารณรัฐคิวบา ประเทศที่ทำการปฏิวัติจนเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกซึ่ง “เช กูวารา” นายแพทย์นักปฏิวัติเป็นหนึ่งในขบวนการปฏิวัติจนประสบความสำเร็จและก่อตั้งประเทศเป็นอิสระ ปัจจุบันคิวบายังคงดำเนินนโยบายสังคมนิยมเช่นเดิม

คิวบามีสภาพเป็นหมู่เกาะอยู่ในทะเลแคริบเบียนเหนือ กรุงฮาวาน่าเป็นเมืองหลวง ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ ปกครองโดยระบอบสังคมนิยม สถานที่ท่องเที่ยวยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ค่อนข้างมาก บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นธรรมชาติและอาคารบ้านเรือนคงสภาพเก่าแก่สะท้อนความเป็นเป็นเมืองขึ้นของสเปนในอดีต การจราจรรถขับช่องทางขวาเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ปัจจุบันมีรถยนต์เก่าจากสหรัฐฯ ได้รับการอนุรักษ์จนเป็นเอกลักษณ์ของคิวบา

ประเทศคิวบา มีเนื้อที่ทั้งหมด 110,861 ตารางกิโลเมตร เป็นอันดับที่ 105 ของโลก มีประชากรประมาณ 11 ล้านคน เป็นอันดับที่ 73 ของโลก หมู่เกาะคิวบา ประกอบด้วยเกาะคิวบา เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะแอนทิลลิสใหญ่ เกาะยูท และเกาะเล็ก ๆ ใกล้เคียงกัน ตั้งอยู่ในภูมิภาคแคริบเบียนเหนือ ที่จุดบรรจบของทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และมหาสมุทรแอตแลนติก

คิวบาตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสหรัฐอเมริกาภาคตะวันออก และหมู่เกาะบาฮามาส ทางทิศตะวันตกของเกาะเติร์กและหมู่เกาะเคคอสและประเทศเฮติ ทางทิศตะวันออกของเม็กซิโก และทางทิศเหนือของหมู่เกาะเคย์แมนและเกาะจาเมกา ในอดีตของคิวบา ชาวสเปนเดินทางมาถึงเกาะคิวบาครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2035 แต่ไม่ได้สนใจเกาะนี้มากนักในระยะแรก เพราะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและมีชาวอินเดียนอยู่น้อย จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติในเฮติเมื่อราวปี พ.ศ. 2333 คิวบาจึงกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมน้ำตาลของสเปนแทนที่เฮติ

คิวบาเป็นดินแดนสุดท้ายในทวีปอเมริกาที่เป็นอาณานิคมของสเปน โฮเซ่ มาตี จัดตั้งพรรคปฏิวัติคิวบาเมื่อ พ.ศ. 2435 เพื่อเรียกร้องเอกราชจนถูกฆ่าเมื่อ พ.ศ. 2438 การเรียกร้องเอกราชของคิวบาได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเรือของสหรัฐเกิดระเบิดในอ่าวของกรุงฮาวานาเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440 ซึ่งกลายเป็นชนวนให้สหรัฐประกาศสงครามกับสเปน ผลของสงครามทำให้คิวบาได้รับเอกราชและอาณานิคมอื่นของสเปนกลายเป็นของสหรัฐ

หลังจากได้รับเอกราช คิวบาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา ในบางช่วงเช่น พ.ศ. 2460 - 2466 คิวบาถูกสหรัฐยึดครองและเข้ามาบริหารโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำตาลของคิวบา อิทธิพลของสหรัฐสิ้นสุดลงเมื่อ ฟิเดล คาสโตร ได้ก่อตั้งขบวนการปฏิวัติขึ้น ร่วมกับเช กูวาร่า โดยลักลอบขึ้นเกาะจากทางเรือ และสามารถขยายขบวนการปฏิวัติได้สำเร็จ จนสามารถเข้ายึดอำนาจจากประธานาธิบดี ฟุลเฮนซิโอ บาติสตา

หลังการปฏิวัติ ฟิเดล คาสโตรได้ครองอำนาจ ส่วนเช กูวาร่าเดินทางไปร่วมการปฏิวัติในโบลิเวีย จนกระทั่งเสียชีวิต ฟิเดล คาสโตรบริหารประเทศด้วยระบอบสังคมนิยม เมื่อปี พ.ศ. 2502 ถูกสหรัฐตัดความสัมพันธ์และปิดกั้นทางการค้า และสหรัฐฯ สนับสนุยชาวคิวบาโพ้นทะเลให้ก่อกบฏล้มรัฐบาลของฟิเดล คาสโตร จนเกิดวิกฤตการณ์เบย์ออฟฟิกส์เมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2514 แต่ไม่สำเร็จ

รัฐบาลของฟิเดล คาสโตรจึงหันไปสร้างความสัมพันธ์กับโซเวียตและจีนแทน โดยเฉพาะกับทางโซเวียตซึ่งในขณะนั้นมีอิทธิพลมากกว่าจีน และในช่วงของสงครามเย็น ขณะที่ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคเนดี้ ดำรงตำแหน่ง โซเวียตได้นำฐานยิงจรวดไปติดตั้งที่ประเทศคิวบา ซึ่งเป็นการท้าทายสหรัฐฯ จอห์น เอฟ. เคเนดี้ประกาศให้โซเวียตถอนฐานยิงจรวดออกจากคิวบาภายใน 24 ชั่วโมง นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ล่อแหลมต่อการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

ปัจจุบันประเทศคิวบายังคงรับวัฒนธรรมของสเปนไว้อย่างมาก โดยเฉพาะอาคาร สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ยุคเก่ายังคงเป็นศิลปะจากสเปน ส่วนยุคต่อมาได้มีร่องรอยของอิทธิพลจากสหรัฐฯ อยู่มาก ซึ่งต่อมาทางรัฐบาลได้มีการถอนรากถอนโคนอิทธิพลของจักรวรรดินิยมอเมริกาอย่างขนานใหญ่

นอกจากนี้ได้มีการจำกัดอิทธิพลของศาสนาเนื่องจากทางผู้นำรัฐบาลเห็นว่าเป็นสิ่งกีดขวางความเจริญของการปฏิวัติไปสู่ระบบคอมมิวนิสต์ โดยก่อนการปฏิวัติชาวคิวบาส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 72 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และทางรัฐบาลได้ส่งเสริมความเสมอภาคระว่างเชื้อชาติและความเสมอภาคระหว่างเพศ

Recent posts

error: Content is protected !!