The Legends of Automobile : ตอนที่ 30 แนวคิดปรัชญาที่ก่อตัวขึ้นในยุโรปหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม


By : C. Methas – Managing Editor

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับแนวคิดปรัชญาที่ก่อตัวขึ้นในยุโรปหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่ก่อตัวขึ้นในยุโรปและสหรัฐอเมริกาทั้งปรัชญา Marxism, ปรัชญา Existentialism, แนวคิดของอดัม สมิธและเรื่องราวของชาลี แชปลิน ตลกหนังใบ้สะท้อนสังคมซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษยชาติและการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ, สังคมและวัฒนธรรมอย่างขนานใหญ่

โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ระหว่างปีค.ศ. 1780-1830 ในช่วงแรกและช่วงที่ 2 ระหว่างปีค.ศ. 1830-1910 หลังจากอุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ต่อวิถีชีวิตมนุษยชาติ

โรงงานต่าง ๆ ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ถนนหนทางถูกสร้างขึ้นเชื่อมต่อไปทั่วทั้งยุโรปและในสหรัฐอเมริกา

สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมากมายในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมโดยเฉพาะทางด้านการขนส่งและคมนาคม รถไฟและเครื่องจักรได้สร้างขึ้นเพื่อการขนส่งถ่านหินและเหล็กสำหรับการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม เรือเดินสมุทร, รถไฟ, รถยนต์, ถนนหนทาง, คูคลองและทางรถไฟได้ขยายออกไปทั่วโลกและการล่าอาณานิคมเพื่อกอบโกยทรัพยากรธรรมชาติจากทั่วโลกกลายเป็นนโยบายทางด้านการค้าที่ใช้ชื่อเรียกขานอย่างสวยหรูว่า “การค้าระหว่างประเทศ” จนพัฒนาไปเป็นการล่าอาณานิคม

ขณะที่ระบบเกษตรกรรมได้กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ขยายตัวออกไปทั่วโลก ประชากรมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดชนชั้นต่าง ๆ ชนชั้นกรรมาชีพได้กำเนิดขึ้นในยุคนี้และต่อมาได้เกิดแนวความคิดเสรีนิยมขึ้นส่งผลให้สิทธิ์เสรีภาพมากกว่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในช่วงนี้ได้เกิดแนวความคิดของ Karl Marx ปรัชญาตะวันตกที่โดดเด่นที่ต่อมาได้ส่งผลทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจไปทั่วโลกจนเกิดสงครามเย็นขึ้นระหว่างซีกโลกตะวันตกกับตะวันออก

Karl Marx เกิดในครอบครัวชาวยิวชนชั้นกลางที่ค่อนข้างร่ำรวยที่อยู่ในเมือง Trier แคว้น Prussian Rhineland ปัจจุบันแคว้นนี้อยู่ในประเทศเยอรมนี เป็นทั้งนักประวัติศาสตร์, นักปรัชญา, นักหนังสือพิมพ์, นักเศรษฐศาสตร์การเมืองและคอมมิวนิสต์ ภายหลังจากที่เขาออกหนังสือชื่อว่า The Communist Manifesto ในปีค.ศ. 1848 และหนังสือที่ชื่อว่า Das Kapital ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1867-1894 หนังสือทั้งสองเล่มนี้ได้เป็นรากฐานของลัทธิสังคมนิยมและลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ส่งผลให้เกิดการปฏิวัติในหลายประเทศทั่วโลก

แนวคิดหลัก ๆ โดยสรุปของ Karl Marx “ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เป็นการต่อสู้ทางชนชั้น” ซึ่งแนวคิดนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและได้พัฒนาไปเป็นสหภาพแรงงานในเวลาต่อมา

ส่วนแนวคิดของ Adam Smith ที่สนับสนุนระบบทุนนิยมสรุปโดยรวมเขาเชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรม, เมืองและการค้าส่งผลให้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่, ความมั่งคั่งของประเทศ มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Adam Smith ได้ออกหนังสือที่โด่งดังชื่อว่า The Wealth of Nations สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจเสรีนิยมที่ได้รับความนิยมมากในยุคช่วงหลังศตวรรษที่ 18 หลังการการปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว

ลัทธิ Existentialism หรือลัทธิอัตถิภาวนิยม นักปรัชญาที่โดดเด่นของลัทธินี้เป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส Jean-Paul Sartre สรุปแนวความคิดของเขาเชื่อว่า มนุษย์นั้นเป็นอิสระและรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง แนวคิดนี้เป็นการประกาศอิสระเสรีภาพของมนุษย์ในเชิงปัจเจกชนและเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าอยู่จริง พระเจ้าเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่มนุษย์สร้างภาพลวงขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันเอง เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมในปีค.ศ. 1964 แต่เขาปฏิเสธรับรางวัลดังกล่าว

ทางด้านชาร์ลี แชปลิน ดาวตลกเสียดสีสังคมอุตสาหกรรมยุคหนังใบ้มีชื่อที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษว่า Sir Charles Spencer Chaplin Jr. เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ปีค.ศ. 1889 ยุคเริ่มแรกของการสร้างรถยนต์ ผลงานอันโดดดังของเขาในเรื่อง The Tramp หรือคนจรจัดและ Modern Times ที่สร้างในปีค.ศ. 1936 ยุคอุตสาหกรรมกำลังเบ่งบานเต็มที่ ส่วนเรื่อง The Great Dictator สร้างในปีค.ศ. 1940 และเรื่อง Monsieur Verdoux ซึ่งผลงาน 2 เรื่องนี้ได้ส่งผลให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และสหรัฐอเมริกาไม่ยอมให้เข้าประเทศอีกต่อไป

หนังใบ้ของชาร์ลี แชปลินได้สะท้อนความคิดทางสังคมอุตสาหกรรมในหลากหลายแง่มุมอย่างสร้างสรรค์ เช่นในเรื่อง The Gold Rush ยุคตื่นทองของอเมริกันชนที่ผู้คนเต็มไปด้วยการฉวยโอกาส ส่วนเรื่อง Modern Times สะท้อนชีวิตกรรมกรในโรงงานที่มนุษย์ทำหน้าที่อยู่อย่างเดียวกับเครื่องจักรตลอดทั้งวัน

By : C. Methas - Managing Editor

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับแนวคิดปรัชญาที่ก่อตัวขึ้นในยุโรปหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่ก่อตัวขึ้นในยุโรปและสหรัฐอเมริกาทั้งปรัชญา Marxism, ปรัชญา Existentialism, แนวคิดของอดัม สมิธและเรื่องราวของชาลี แชปลิน ตลกหนังใบ้สะท้อนสังคมซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษยชาติและการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ, สังคมและวัฒนธรรมอย่างขนานใหญ่

โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ระหว่างปีค.ศ. 1780-1830 ในช่วงแรกและช่วงที่ 2 ระหว่างปีค.ศ. 1830-1910 หลังจากอุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ต่อวิถีชีวิตมนุษยชาติ

โรงงานต่าง ๆ ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ถนนหนทางถูกสร้างขึ้นเชื่อมต่อไปทั่วทั้งยุโรปและในสหรัฐอเมริกา

สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมากมายในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมโดยเฉพาะทางด้านการขนส่งและคมนาคม รถไฟและเครื่องจักรได้สร้างขึ้นเพื่อการขนส่งถ่านหินและเหล็กสำหรับการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม เรือเดินสมุทร, รถไฟ, รถยนต์, ถนนหนทาง, คูคลองและทางรถไฟได้ขยายออกไปทั่วโลกและการล่าอาณานิคมเพื่อกอบโกยทรัพยากรธรรมชาติจากทั่วโลกกลายเป็นนโยบายทางด้านการค้าที่ใช้ชื่อเรียกขานอย่างสวยหรูว่า “การค้าระหว่างประเทศ” จนพัฒนาไปเป็นการล่าอาณานิคม

ขณะที่ระบบเกษตรกรรมได้กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ขยายตัวออกไปทั่วโลก ประชากรมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดชนชั้นต่าง ๆ ชนชั้นกรรมาชีพได้กำเนิดขึ้นในยุคนี้และต่อมาได้เกิดแนวความคิดเสรีนิยมขึ้นส่งผลให้สิทธิ์เสรีภาพมากกว่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในช่วงนี้ได้เกิดแนวความคิดของ Karl Marx ปรัชญาตะวันตกที่โดดเด่นที่ต่อมาได้ส่งผลทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจไปทั่วโลกจนเกิดสงครามเย็นขึ้นระหว่างซีกโลกตะวันตกกับตะวันออก

Karl Marx เกิดในครอบครัวชาวยิวชนชั้นกลางที่ค่อนข้างร่ำรวยที่อยู่ในเมือง Trier แคว้น Prussian Rhineland ปัจจุบันแคว้นนี้อยู่ในประเทศเยอรมนี เป็นทั้งนักประวัติศาสตร์, นักปรัชญา, นักหนังสือพิมพ์, นักเศรษฐศาสตร์การเมืองและคอมมิวนิสต์ ภายหลังจากที่เขาออกหนังสือชื่อว่า The Communist Manifesto ในปีค.ศ. 1848 และหนังสือที่ชื่อว่า Das Kapital ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1867-1894 หนังสือทั้งสองเล่มนี้ได้เป็นรากฐานของลัทธิสังคมนิยมและลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ส่งผลให้เกิดการปฏิวัติในหลายประเทศทั่วโลก

แนวคิดหลัก ๆ โดยสรุปของ Karl Marx “ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เป็นการต่อสู้ทางชนชั้น” ซึ่งแนวคิดนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและได้พัฒนาไปเป็นสหภาพแรงงานในเวลาต่อมา

ส่วนแนวคิดของ Adam Smith ที่สนับสนุนระบบทุนนิยมสรุปโดยรวมเขาเชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรม, เมืองและการค้าส่งผลให้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่, ความมั่งคั่งของประเทศ มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Adam Smith ได้ออกหนังสือที่โด่งดังชื่อว่า The Wealth of Nations สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจเสรีนิยมที่ได้รับความนิยมมากในยุคช่วงหลังศตวรรษที่ 18 หลังการการปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว

ลัทธิ Existentialism หรือลัทธิอัตถิภาวนิยม นักปรัชญาที่โดดเด่นของลัทธินี้เป็นนักคิดชาวฝรั่งเศส Jean-Paul Sartre สรุปแนวความคิดของเขาเชื่อว่า มนุษย์นั้นเป็นอิสระและรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง แนวคิดนี้เป็นการประกาศอิสระเสรีภาพของมนุษย์ในเชิงปัจเจกชนและเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าอยู่จริง พระเจ้าเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่มนุษย์สร้างภาพลวงขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันเอง เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมในปีค.ศ. 1964 แต่เขาปฏิเสธรับรางวัลดังกล่าว

ทางด้านชาร์ลี แชปลิน ดาวตลกเสียดสีสังคมอุตสาหกรรมยุคหนังใบ้มีชื่อที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษว่า Sir Charles Spencer Chaplin Jr. เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ปีค.ศ. 1889 ยุคเริ่มแรกของการสร้างรถยนต์ ผลงานอันโดดดังของเขาในเรื่อง The Tramp หรือคนจรจัดและ Modern Times ที่สร้างในปีค.ศ. 1936 ยุคอุตสาหกรรมกำลังเบ่งบานเต็มที่ ส่วนเรื่อง The Great Dictator สร้างในปีค.ศ. 1940 และเรื่อง Monsieur Verdoux ซึ่งผลงาน 2 เรื่องนี้ได้ส่งผลให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และสหรัฐอเมริกาไม่ยอมให้เข้าประเทศอีกต่อไป

หนังใบ้ของชาร์ลี แชปลินได้สะท้อนความคิดทางสังคมอุตสาหกรรมในหลากหลายแง่มุมอย่างสร้างสรรค์ เช่นในเรื่อง The Gold Rush ยุคตื่นทองของอเมริกันชนที่ผู้คนเต็มไปด้วยการฉวยโอกาส ส่วนเรื่อง Modern Times สะท้อนชีวิตกรรมกรในโรงงานที่มนุษย์ทำหน้าที่อยู่อย่างเดียวกับเครื่องจักรตลอดทั้งวัน

etetewtgae

Top Rated

error: Content is protected !!