The Legends of Automobile – ตอนที่ 190 Triumph Motorcycle ผ่านค่ำคืนอันแสนอันตราย


By : C. Methas - Managing Editor

ประเทศอังกฤษในภาวะสงคราม ซึ่งผู้คนต่างเก็บตัวอยู่ในบ้านพักหรือที่หลบภัย และดับไฟจนมืดมิดไปทั่วทุกหนแห่ง เพื่อหลบภัยจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายเยอรมัน แต่การสื่อสารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ยังจำเป็นจะต้องใช้มีการส่งข้อความฉุกเฉิน ซึ่งต้องเป็นงานของผู้ส่งสาส์นที่ต้องควบมอเตอร์ไซค์ 342 ซีซี ของ Triumph Motorcycle ผ่านค่ำคืนอันแสนอันตราย ด้วยความเร็วสูงสุด 70 mph (112 km/h) เป็นระยะทางกว่า 200 ไมล์ (321 กม.)

การเดินทางยามค่ำคืนของผู้ส่งสาส์นเหล่านี้ ที่ต้องอาศัยดวงไฟเล็กๆส่องนำทาง ทำให้ต้องใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมงในการเดินทาง แต่ในที่สุด ข้อความต่างๆ ก็ส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ซึ่งนี่คือเรื่องเล่าคราวๆของ ผู้ส่งสาส์นกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งผู้ส่งสาส์นเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นหญิงแกร่งชาวสหราชอาณาจักร ที่เข้ามารับหน้าที่นี้แทนชายฉกรรจ์ที่ถูกเกณฑ์ไปร่วมส่งคราม

พลเรือเอง J.M. James แห่งราชนาวีอังกฤษ เผยว่า หญิงสาวกว่าสามพันคนที่เข้ามารับหน้าที่นี้ในช่วงเวลาที่ขาดแคลนกำลังพลอย่างหนัก และส่วนมากยังคงช่วยเหลือชาวสหารชอาณาจักรฟื้นฟูความเป็นอยู่หลังจากจบสงครามแล้วอีกด้วย โดย Women’s Royal Navy Service ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1917 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และได้ยุบ WRNS ไปหลังจากจบสงครามเพื่อให้บรรดาหญิงสาวที่เข้าร่วมกับ WRNS ได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว

กระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น ทางกองทัพอังกฤษก็จำเป็นต้องรวมตัวบรรดาสาวแกร่ง WRNS อีกครั้ง โดยได้ Dame Vera Laughton-Mathews ซึ่งเคยเข้าร่วมกับ WRNS ในปี 1917 ถึง 1919 เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการคนที่สองของ WRNS แรกเริ่มสาวๆใน WRNS นั้น จะทำหน้าที่ดูแลเรื่องงานครัวและงานเอกสาร และเมื่อมีการเกณฑ์ผู้ชายไปร่วมรบมากขึ้น จึงจำเป็นต้องส่งมอบงานส่งสาส์นจึงให้กับ WRNS ในที่สุด ซึ่งงานผู้ส่งสาส์นนั้นถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งคำสั่งฉุกเฉิน ของมูลสำคัญ รวมถึงสิ่งจำเป็นอื่นๆจากฐานบัญชาการใหญ่ไปยังศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ

หนึ่งในวีรกรรมสำคัญของ WRNS ในฐานะผู้ส่งสาส์นคือ วันที่ 22 เมษายน 1941 Pamela McGeorge สมาชิก WRNS ที่งานส่งสาส์นสำคัญไปยังค่ายที่ Devonport, Plymouth, shipyards และแนวหน้าอย่างชายฝั่ง Normandy ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเธอถูกโจมตีโดยมอเตอร์ไซค์ของเธอถูกระเบิดของฝ่ายเยอรมันทำลายจนเสียหาย แต่เธอก็ยังเดินเท้าในระยะครึ่งไมล์ที่เหลือเพื่อส่งสาส์นสำคัญจนสำเร็จ และหลังจากนั้นเธอก็ยังอาสาทำหน้าที่นี้ต่อไปด้วยมอเตอร์ไซค์คันใหม่ด้วยความกล้าหาญ จนได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติในเวลาต่อมา

กองทัพเรือเริ่มจากคัดเลือกนักขี่ด้วยการแข่งขันแรลลี่ท้องถิ่นเพื่อพิสูจน์ความสามารถ กระทั่งผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในสังคมมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่การแข่งขันในช่วงก่อนสงครามโลก ซึ่งให้ความนิยมในการขี่มอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่ทักษะในการขี่เท่านั้น แต่สาวๆเหล่านี้ยังมีทักษะพื้นฐานในการซ่อมบำรุงมอเตอร์ไซค์อีกด้วย

มอเตอร์ไซค์อังกฤษหลายแบรนด์ หลากโมเดลถูกใช้งานในการทำหน้าที่ผู้ส่งสาส์นของ WRNS เช่น BSA Model C ที่เปิดตัวในปี 1938 มาพร้อมเครื่องยนต์ไซด์วาล์ว 250 ซีซี หนึ่งสูบ และระบบเกียร์ สามสปีด ติดตั้งช่วงหน้าแบบ girder โดยมีสปริงติดเอาไว้ที่ใต้เบาะนั่งเพื่อทำหน้าที่เป็นระบบกันสะเทือน

Triumph ได้ผลิตโมเดล 3HW มอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สี่จังหวะหนึ่งสูบ แบบไซด์วาล์ว กำลังสูงสุด 17 แรงม้า 5,200 rpm ส่งมอบให้กับกองทัพอังกฤษ Royal Enfield ได้ส่งมอเตอร์ไซค์ WD/C เครื่องยนต์ไซด์วาล์ว 350 ซีซี หนึ่งสูบเข้าร่วม โดยมีโมเดล WD/CO เครื่องยนต์ OHV มาสมทบในภายหลัง แม้ทั้งสองโมเดลจะไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ที่รวดเร็วแต่น้ำหนักและขี่ง่าย จึงเหมาะกับการใช้งานในเขาชนบทของประเทศอังกฤษอย่างมาก

นอกจากนี้ ในช่วงสงครามทางราชนาวีอังกฤษยังมีโครงการฝึกทักษะให้ผู้หญิงขี่มอเตอร์ไซค์จนสามารถขี่ผ่านสภาพพื้นที่ต่างๆได้อย่างราบรื่น รวมไปถึงการหลบเลี่ยงการโจมตีหากต้องเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีหญิงสาวในวัย 18 – 30 ปีเข้าร่วม ซึ่งนับเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของสาวโสด และ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งศูนย์หลักของเหล่าผู้ส่งสาส์นหญิงในลอนดอนนั้น ต้องเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์กระทั่งสิ้นสุดสงคราม มีรายงานว่าหญิงชาวสหราชอาณาจักรกว่า 1 แสนคนที่อาสารับหน้าที่สนับสนุนต่างๆในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และมีหญิงสาวกว่า 303 คนที่สละชีวิตในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยในจำนวนนั้นมีเกือบ 100 คนที่เป็นผู้ส่งสาส์น

WRNS ยังคงทำหน้าที่ตอไปจนถึงปี 1993 และถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอังกฤษอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา ณ วันนี้ WRNS หรือองค์กร Wrens นั้นเป็นองค์กรสำหรับผู้หญิงในกองทัพของราชนาวีประเทศอังกฤษ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และเพิ่งมีการฉลองและรักษาประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีในการปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ

เรียบเรียงโดย HD-Playground

ที่มา... motorcyclistonline.com

Recent posts

error: Content is protected !!