TOYOTA SAI-สปอร์ตซีดานพลังงานไฮบริดสายพันธ์ที่ 2 สำหรับคนพิการจำหน่ายในญี่ปุ่น


สปอร์ตซีดานพลังงานไฮบริดสายพันธ์ที่ 2 ของโตโยต้า มอเตอร์สรุ่น Sai เวอร์ชั่นสำหรับตลาดในญี่ปุ่นพัฒนาเสริมเทคโนโลยี่นวัตกรรมยานยนต์ทั้งในด้านความปลอดภัยและการควบคุมการขับขี่ ออกแบบเน้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษทั้งในส่วนของระบบไฮบริดและอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารใช้วัสดุรีไซเคิ้ลและวัสดุที่ผลิตมาจากพืช

Sai สปอร์ตซีดานพลังงานไฮบริดสายพันธ์ที่ 2 ยกระดับคุณภาพของอุปกรณ์ที่ติดตั้งในห้องโดยสารที่เป็นการปฏิวัติการออกแบบล้ำอนาคต เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถควบคุมการปรับเลื่อนทางด้านข้างสำหรับผู้พิการและภายในกระโปรงท้ายมีอุปกรณ์รอกสำหรับยกรถเข็นสำหรับผู้พิการ

รูปลักษณ์ภายนอกปราดเปรียว กรอบไฟหน้ารูปทรงเหลี่ยมเรียว สปอยเลอร์หน้ามีไฟตัดหมอก แผงกระจกด้านหน้าลาดเอียงเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์แผงกระจังหน้าแนวนอน กระทะล้อ ขนาด 16 นิ้วลวดลาย 5 ก้านคู่ ติดตั้งยาง ขนาด P205/60R16 มีกระทะล้อ ขนาด 18 นิ้วลวดลายหลายก้านเป็นอุปกรณ์ให้เลือก

รถยนต์ไฮบริดรุ่นนี้ได้ออกแบบเพื่อผลทางด้านการกระจายน้ำหนักระหว่างหน้า/หลัง เครื่องยนต์วางด้านหน้า ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิคส์ มีโหมดสปอร์ตให้เลือก มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งไว้บริเวณตรงกลาง

ส่วนแบบเตอรี่แบบนิเกิ้ล เมทัล ไฮไดร์ดติดตั้งไว้ด้านท้าย อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.4 กิโลเมตรต่อลิตรหรือ 52.6 ไมล์ต่อแกลลอนและปล่อยคาร์บอนมอน็อกไซด์ เฉลี่ย 104 กรัมต่อกิโลเมตร

ภายในห้องโดยสารออกแบบเน้นความหรูหราปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดและล้ำอนาคต พวงมาลัยลวดลายไม้แบบ 4 ก้าน หัวเกียร์หุ้มด้วยลวดลายไม้ ตกแต่งรอบคันเสริมด้วยลวดลายไม้ คอนโซลกลางติดตั้งจอมอนิเตอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นรองรับระบบ Blu-ray ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพงจำนวน 10 ตัว ระบบนำร่องผ่านดาวเทียมความละเอียดสูง

เครื่องยนต์ ขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้าและให้แรงบิดสูงสุด 138 ปอนด์-ฟุต ปฏิบัติการร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังขับ 143 แรงม้าให้แรงบิดสูงสุด 199 ปอนด์-ฟุต แบตเตอรี่เป็นแบบนิเกิ้ล เมทัล ไฮไดร์ด

โตโยต้ารุ่น Sai ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2009 ส่วนรุ่นล่าสุดเป็นสายพันธ์ที่ 2 ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 3,210,000 เยน(32,610 ดอลล่าร์สหรัฐฯ) มีสีสันตัวถังใหม่ให้เลือกเพิ่มขึ้นอีก 3 สี รวมเป็น 7 สี ส่วนสีสันภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 3 สี 4 รูปแบบ

ในส่วนของวัสดุที่นำมาประกอบในห้องโดยสารได้นำวัสดุรีไซเคิ้ลมาใช้ประมาณ 80 % ประกอบด้วยพลาสติคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวัสดุเรซินรีไซเคิ้ลซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการช่วยลดมลภาวะของโตโยต้า

สปอร์ตซีดานพลังงานไฮบริดสายพันธ์ที่ 2 ของโตโยต้า มอเตอร์สรุ่น Sai เวอร์ชั่นสำหรับตลาดในญี่ปุ่นพัฒนาเสริมเทคโนโลยี่นวัตกรรมยานยนต์ทั้งในด้านความปลอดภัยและการควบคุมการขับขี่ ออกแบบเน้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษทั้งในส่วนของระบบไฮบริดและอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารใช้วัสดุรีไซเคิ้ลและวัสดุที่ผลิตมาจากพืช

Sai สปอร์ตซีดานพลังงานไฮบริดสายพันธ์ที่ 2 ยกระดับคุณภาพของอุปกรณ์ที่ติดตั้งในห้องโดยสารที่เป็นการปฏิวัติการออกแบบล้ำอนาคต เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถควบคุมการปรับเลื่อนทางด้านข้างสำหรับผู้พิการและภายในกระโปรงท้ายมีอุปกรณ์รอกสำหรับยกรถเข็นสำหรับผู้พิการ

รูปลักษณ์ภายนอกปราดเปรียว กรอบไฟหน้ารูปทรงเหลี่ยมเรียว สปอยเลอร์หน้ามีไฟตัดหมอก แผงกระจกด้านหน้าลาดเอียงเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์แผงกระจังหน้าแนวนอน กระทะล้อ ขนาด 16 นิ้วลวดลาย 5 ก้านคู่ ติดตั้งยาง ขนาด P205/60R16 มีกระทะล้อ ขนาด 18 นิ้วลวดลายหลายก้านเป็นอุปกรณ์ให้เลือก

รถยนต์ไฮบริดรุ่นนี้ได้ออกแบบเพื่อผลทางด้านการกระจายน้ำหนักระหว่างหน้า/หลัง เครื่องยนต์วางด้านหน้า ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิคส์ มีโหมดสปอร์ตให้เลือก มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งไว้บริเวณตรงกลาง

ส่วนแบบเตอรี่แบบนิเกิ้ล เมทัล ไฮไดร์ดติดตั้งไว้ด้านท้าย อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.4 กิโลเมตรต่อลิตรหรือ 52.6 ไมล์ต่อแกลลอนและปล่อยคาร์บอนมอน็อกไซด์ เฉลี่ย 104 กรัมต่อกิโลเมตร

ภายในห้องโดยสารออกแบบเน้นความหรูหราปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดและล้ำอนาคต พวงมาลัยลวดลายไม้แบบ 4 ก้าน หัวเกียร์หุ้มด้วยลวดลายไม้ ตกแต่งรอบคันเสริมด้วยลวดลายไม้ คอนโซลกลางติดตั้งจอมอนิเตอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นรองรับระบบ Blu-ray ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพงจำนวน 10 ตัว ระบบนำร่องผ่านดาวเทียมความละเอียดสูง

เครื่องยนต์ ขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้าและให้แรงบิดสูงสุด 138 ปอนด์-ฟุต ปฏิบัติการร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังขับ 143 แรงม้าให้แรงบิดสูงสุด 199 ปอนด์-ฟุต แบตเตอรี่เป็นแบบนิเกิ้ล เมทัล ไฮไดร์ด

โตโยต้ารุ่น Sai ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2009 ส่วนรุ่นล่าสุดเป็นสายพันธ์ที่ 2 ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 3,210,000 เยน(32,610 ดอลล่าร์สหรัฐฯ) มีสีสันตัวถังใหม่ให้เลือกเพิ่มขึ้นอีก 3 สี รวมเป็น 7 สี ส่วนสีสันภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 3 สี 4 รูปแบบ

ในส่วนของวัสดุที่นำมาประกอบในห้องโดยสารได้นำวัสดุรีไซเคิ้ลมาใช้ประมาณ 80 % ประกอบด้วยพลาสติคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวัสดุเรซินรีไซเคิ้ลซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการช่วยลดมลภาวะของโตโยต้า

etetewtgae

Top Rated

error: Content is protected !!