KAZAKHSTAN-ส่วนหนึ่งของอดีตเส้นทางสายไหมและความหลากวัฒนธรรม


By : C. Methas - Managing Editor

คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง เชื่อมต่อระหว่างยุโรป, เอเชีย, รัสเซียและจีน โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2.7 ล้านตารางกิโลเมตร จึงเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 9 ของโลก โดยมีขนาดพอ ๆ กับภูมิภาคยุโรปตะวันตก ลักษณะภูมิประเทศแผ่ขยายจากตะวันออกจดตะวันตก ตั้งแต่ทะเลแคสเปียนจนถึงเทือกเขาอัลไต และจากเหนือจดใต้ ตั้งแต่ที่ราบไซบีเรียตะวันตกจนถึงโอเอซิสและทะเลทรายของภูมิภาคเอเชียกลาง

คาซัคสถานมีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐคาซัคสถาน เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางในทวีปเอเชีย และเป็นสาธารณรัฐในอดีตสหภาพโซเวียต มีพรมแดนติดกับประเทศรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศในเอเชียกลาง ได้แก่ คีร์กีซถาน อุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน และมีชายฝั่งติดทะเลแคสเปียน

สาธารณรัฐคาซัคสถานมีพื้นที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลางโดยได้รับเอกราชจากการสลายล่มของสหภาพโซเวียตเมื่อปี พ.ศ. 2534 และเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ใช้ลงท้ายว่า “สถาน” ประกอบด้วย คาซัคสถาน, อุซเบกิซสถาน, เคอร์กิซสถาน, ทาจิกิซสถานและเตอร์กเมนนิซสถาน

เมืองอัสตานาเป็นเมืองหลวงตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งปัจจุบันได้มีการก่อสร้างอย่างขนานใหญ่เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศที่จะก้าวสู่ความเป็นเมืองหลวงของโลกยุคสมัยใหม่ โดยมีเมืองใหญ่ ๆ อีกหลายเมือง ได้แก่ เมือง อัลมาตี อดีตเมืองหลวง เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อัลมา-อะตา ซึ่งปัจจุบันยังคงกลิ่นอายของความเป็นรัสเซียไว้ค่อนข้างมากและยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า โดยชื่อเมืองอัลมาติ ก่อนปี พ.ศ. 2460 ใช้ชื่อว่า “เวียร์นืย” และยังมีเมืองขนาดใหญ่หลายเมือง เช่นเมืองการากันดี ชิมเคนต์ เซเมย์ และตูร์เคสถาน เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ ยาซี

เมืองอัลมาติ อดีตเมืองหลวงเดิมสมัยสหภาพโซเวียตยังปกครองอยู่ โดยทางรัสเซียได้สร้างเมืองอัลมาติเป็นด่านหน้าสำหรับการป้องกันทางด้านชายแดนติดกับประเทศจีนซึ่งติดกับเทือกเขาเทียนซานซึ่งเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่และเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของรัสเซียในเอเซียกลาง แม้ว่าปัจจุบันไม่ได้เป็นเมืองหลวง แต่ยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต มีทรัพยากรที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ได้แก่ น้ำมันดิบ แร่ธาตุ มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกและทำปศุสัตว์ที่กว้างขวาง

ก่อนปี พ.ศ. 2533 ระบบเศรษฐกิจคาซัคสถานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการแบ่งการผลิตของสหภาพโซเวียต โดยถูกกำหนดให้มีความชำนาญด้านเกษตรกรรม ตามโครงการดินแดนบริสุทธิ์ฮรุชชอฟ อุตสาหกรรมหลักขึ้นอยู่กับการขุดเจาะน้ำมันและการทำเหมืองแร่ การผสมโลหะ และการสกัดแร่ธาตุ การผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เครื่องมือก่อสร้าง รถแทรกเตอร์ และเครื่องมือการเกษตร

หลังการสลายตัวของสหภาพโซเวียต ความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลหนักซึ่งเป็นสินค้าหลักของคาซัคสถานได้ลดลง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมากระหว่างปี พ.ศ. 2534-2537 อัตราเงินเฟ้อสูง ระหว่างปี พ.ศ. 2538-2540 รัฐบาลคาซัคสถานได้ปฏิรูประบบเศรษฐกิจและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตกสู่ภาคเอกชน อัตราการเจริญเติบโตของประเทศฟื้นตัวขึ้น และในปี พ.ศ. 2539 คาซัคสถานได้เข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือก่อสร้างท่อส่งน้ำมันในทะเลแคสเปียน ซึ่งส่งผลให้สามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น

เกษตรกรรมเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานมากที่สุด คิดเป็นหนึ่งในสามของการส่งออก ผลผลิตหลักได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืช ภาคการบริการที่ถูกละเลยภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ มีการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ได้รับเอกราช ด้านการค้า ที่อยู่อาศัย และการคมนาคม มีการขยายตัวเช่นกัน

คาซัคสถานมีจำนวนประชากรประมาณ 16,741,600 คน ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบภาคพื้นทวีป มีฤดูหนาวที่หนาวเย็นและฤดูร้อนแห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้ง ในอดีตของชาวคาซัคสถานได้สืบเชื้อสายมาจากชาวมองโกลดำเนินชีวิตแบบเร่ร่อนด้วยการเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้าขนาดใหญ่แถบตอนกลางของทวีปเอเซียและมีความชำนาญในการใช้วิถีชีวิตบนหลังม้า นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญในการเลี้ยงนกอินทรีย์ไว้เพื่อการสื่อสารและเป็นที่มาของเส้นทางสายไหมที่จีนได้ใช้เส้นทางนี้เพื่อสืบค้นหาม้าพันธ์ดีได้จากชาวคาซัคสถาน

ปัจจุบันประเทศคาซัคสถานเป็นเป็นที่กำลังก้าวสู่ความเจริญและร่ำรวยมากติดอันดับต้น ๆ ของโลกหลังจากได้มีการค้นพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่และแก๊สธรรมชาติที่ทะเลสาบแคสเปี้ยน แต่ชาวคาซัคสถานจำนวนมากยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโดยอาศัยอยู่ในกระโจมที่โครงสร้างภายในทำจากไม้ขัดกันซึ่งสามารถปรับพับเก็บเพื่อเคลื่อนย้ายต่อไป

Recent posts

error: Content is protected !!